KEY
POINTS
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง
ทั้งนี้ให้หาข้อเท็จจริง และสาเหตุของอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดีได้กำหนดให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ ภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อรับทราบ
ขณะเดียวกันได้พิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ฝ่ายเกี่ยวข้อง นำเรื่องไปพิจารณา
ได้ข้อสรุปว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ และบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยา จำนวน 1,340,000 บาท ต่อราย
ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย และหากมีความเสียหายอื่น ๆ หรือทรัพย์สินสูญหาย ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป
นอกจากนี้ได้กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ตามมาตรฐานการดำเนินงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังมีการเดินขบวนรถนั้น
ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานี หากมีขบวนรถเดินผ่านจุดก่อสร้าง จะต้องหยุดการปฏิบัติงานก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร
ขณะเดียวกันต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ และมีความบกพร่องในขั้นตอนหรืออุปกรณ์ เครื่องมือในการก่อสร้าง หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อให้ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า การรถไฟฯ ได้ดำเนินการขยับตู้โบกี้ออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด
อย่างไรก็ดีจะดำเนินการซ่อมแซมทาง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 7 วัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ การรถไฟฯ จะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด
พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ด้านกฎหมาย การรถไฟฯ ได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่ง เนื่องจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร
ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งรายละเอียดความรับผิดจะเป็นไปตามผล การสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป