'พิพัฒน์' สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ เครนถล่มทับรถไฟ ขีดเส้น 15 วัน

16 ม.ค. 2569 | 05:04 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ม.ค. 2569 | 05:58 น.

'พิพัฒน์' สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ ขีดเส้นรายงานผลภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้

KEY

POINTS

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ
  • คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุและพิจารณาการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย
  • กำหนดกรอบเวลาให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน
  • การรถไฟฯ ดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง

ทั้งนี้ให้หาข้อเท็จจริง และสาเหตุของอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีได้กำหนดให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ ภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อรับทราบ

'พิพัฒน์' สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ  เครนถล่มทับรถไฟ ขีดเส้น 15 วัน

ขณะเดียวกันได้พิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ฝ่ายเกี่ยวข้อง นำเรื่องไปพิจารณา

ได้ข้อสรุปว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ และบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยา จำนวน 1,340,000 บาท ต่อราย

ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย และหากมีความเสียหายอื่น ๆ หรือทรัพย์สินสูญหาย ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป

นอกจากนี้ได้กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ตามมาตรฐานการดำเนินงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังมีการเดินขบวนรถนั้น

ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานี หากมีขบวนรถเดินผ่านจุดก่อสร้าง จะต้องหยุดการปฏิบัติงานก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร

ขณะเดียวกันต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ และมีความบกพร่องในขั้นตอนหรืออุปกรณ์ เครื่องมือในการก่อสร้าง หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อให้ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น

'พิพัฒน์' สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ  เครนถล่มทับรถไฟ ขีดเส้น 15 วัน

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า การรถไฟฯ ได้ดำเนินการขยับตู้โบกี้ออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด

อย่างไรก็ดีจะดำเนินการซ่อมแซมทาง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 7 วัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ การรถไฟฯ จะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด

พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

'พิพัฒน์' สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ  เครนถล่มทับรถไฟ ขีดเส้น 15 วัน

ด้านกฎหมาย การรถไฟฯ ได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่ง เนื่องจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร

ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งรายละเอียดความรับผิดจะเป็นไปตามผล การสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป