KEY
POINTS
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานประชุมเพื่อหาข้อสรุปยกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบในโครงการก่อสร้างรถไฟ ไทยจีน
ในกรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด และ กรณีเครนก่อสร้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ สายเอกชัย-บ้านแพ้ว M82ตกใส่รถบนถนนพระราม 2 นั้น
ทั้งนี้ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี จากทั้ง2 เหตุการณ์ ตนจึงได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้ง2เหตุการณ์
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการฯไปหาข้อสรุปในการยกเลิกสัญญากับ บมจ.อิตาเลียนไทย ทั้ง2สัญญา ภายใน 7 วัน
ขณะเดียวกันให้กระทรวงคมนาคมแจ้งไปยังโครงการต่างๆของกระทรวงคมนาคมที่อิตาเลียนไทยมีสัญญาให้ยุติการก่อสร้างทุกสัญญาไปก่อน
ทั้งนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวจะต้องไปดูรายละเอียดทางกฎหมายสากล และสัญญาทางปกครองด้วยว่าเป็นเหตุผลเพียงพอให้ยกเลิกสัญญาด้วย
อย่างไรก็ดีตามปกติการยกเลิกสัญญากับเอกชนที่เป็นผู้รับจ้างการก่อสร้างทั่วไปจะเน้นสัญญาจ้างเป็นหลักแต่กรณีที่เกิดขึ้นทั้ง 2 สัญญา ใน 2โครงการนั้น
เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน รวมถึงเหตุการณ์เกิดถี่จนทำให้ขาดความเชื่อมั่น
"ในเรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่า รู้สึกหนักใจ แต่จำเป็นจะต้องยกเลิกสัญญา เนื่องจากต้องดูเรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นหลัก และทั้งสองโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเกิดเหตุติดๆกัน" นายพิพัฒน์ กล่าว
สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมรมราชูปถัมภ์ , ตัวแทนจากสภาวิศวกร , กระทรวงคมนาคม ,อธิบดีกรมการขนส่งทางราง
อธิบดีกรมทางหลวง อธิบกรมบัญชีกลาง , ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ,ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด , ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะมีการเรียกบริษัทผู้รับเหมาเข้ามาหารือร่วมกันที่กระทรวงคมนาคม