‘พิพัฒน์’ สแกน 14 สัญญา ‘อิตาเลียนไทย’ สั่งเบรกก่อสร้าง 15 วัน

16 ม.ค. 2569 | 09:49 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ม.ค. 2569 | 11:22 น.

‘พิพัฒน์’ รับลูกนายกฯ ตั้งคณะกรรมการ 3 ชุด สอบสวน ‘อิตาเลียนไทย จ่อบอกเลิกสัญญา ‘ไฮสปีด-มอเตอร์เวย์บ้านแพ้ว’ สั่งเบรกงานก่อสร้าง 14 สัญญาทั่วประเทศ 15 วัน ตรวจสอบเข้ม หากพบไม่ได้มาตรฐานสั่งยกเลิกทันที

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมสั่งระงับการก่อสร้างโครงการของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ทั้งหมด 14 สัญญา เป็นเวลา 15 วัน
  • การสั่งหยุดก่อสร้างมีขึ้นเพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างละเอียด หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงซ้ำซาก
  • นายพิพัฒน์ยืนยันนโยบายยกเลิกสัญญา 2 โครงการที่เกิดเหตุเครนถล่ม และพร้อมดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทฯ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ (16 มกราคม 2569) ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการความปลอดภัยด้านคมนาคม หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกสัญญาจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 โครงการ จากเหตุเครนถล่มซ้ำซาก พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย และพิจารณาขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมานั้น 

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อกฎหมายและใช้อำนาจทางปกครองอย่างเคร่งครัดในกรณีผู้รับจ้างประมาทเลินเล่อร้ายแรงซ้ำซาก และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแจ้งกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณาเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ หรือตัดสิทธิผู้รับจ้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่ประชาชน 

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมต้องดำเนินการครบวงจรทั้งการตรวจสอบข้อเท็จจริง – ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระยะยาว – บังคับใช้มาตรการกับผู้รับจ้างให้เกิดผลจริง โดยที่ประชุมรับทราบการจัดตั้งคณะกรรมการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ 3 ชุด ประกอบด้วย 
 

1.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโครงการก่อสร้าง เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุ ข้อเท็จจริง ผู้รับผิดชอบ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธาน และมีหน่วยงานด้านความปลอดภัยและเทคนิคเป็นฝ่ายเลขานุการตามภารกิจ  

‘พิพัฒน์’ สแกน 14 สัญญา ‘อิตาเลียนไทย’ สั่งเบรกก่อสร้าง 15 วัน

2.ตั้งคณะกรรมการติดตามยกระดับมาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง และมาตรฐานการให้บริการขนส่งสาธารณะ(คำสั่งที่ 121) ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกกำกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งระบบ ครอบคลุมทั้งช่วงก่อสร้างและช่วงเปิดให้บริการ โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธาน และมีองค์ประกอบจากหน่วยงานหลักของกระทรวงคมนาคมครบทุกมิติ เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมท่าอากาศยาน สนข. 

‘พิพัฒน์’ สแกน 14 สัญญา ‘อิตาเลียนไทย’ สั่งเบรกก่อสร้าง 15 วัน

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รฟท. รฟม.  AOT รวมถึงผู้แทนด้านวิชาชีพ วิศวกรรม เพื่อร่วมกำกับมาตรฐานและข้อเสนอเชิงเทคนิคอย่างใกล้ชิด โดยมีหน้าที่หลัก คือ ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทุกมิติ เสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานสู่ความปลอดภัยสูงสุด และจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการขับเคลื่อน พร้อมรายงานผลต่อรัฐมนตรีเป็นระยะ  
 

3.ตั้งคณะกรรมการติดตาม – เร่งรัด โดยการใช้กฎกระทรวงขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) และสมุดพกผู้รับจ้างให้ใช้ได้จริงในการจัดซื้อจัดจ้าง (คำสั่งที่ 122) โดยให้เร่งทำให้มาตรการด้านผู้รับจ้างโครงการ เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดฯ เพื่อให้ทุกหน่วยงานนำกฎกระทรวงไปใช้โดยเร็วในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และรายงานผลต่อรัฐมนตรีทุกเดือน จนกว่าจะจัดทำแนวทางปฏิบัติของกระทรวงแล้วเสร็จ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ เร่งสรุปมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

‘พิพัฒน์’ สแกน 14 สัญญา ‘อิตาเลียนไทย’ สั่งเบรกก่อสร้าง 15 วัน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการยกเลิกสัญญา 2 สัญญาที่เกิดเหตุการณ์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนั้น เป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของสัญญา นโยบาย คือ ต้องมีการยกเลิกสัญญาแน่นอน เนื่องจากเกิดความสูญเสีย และเกิดขึ้นบ่อยครั้ง 

‘พิพัฒน์’ สแกน 14 สัญญา ‘อิตาเลียนไทย’ สั่งเบรกก่อสร้าง 15 วัน

“ยอมรับว่า เมื่อยกเลิกสัญญาดังกล่าวแล้ว เชื่อว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD จะต้องมีการฟ้องร้องหน่วยงานอย่างแน่นอน ซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมที่จะช่วยหน่วยงานสู้คดี” นายพิพัฒน์ กล่าว 

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่มีการฟ้องร้องจะไม่รอให้คดีถึงที่สุดและจะให้หาผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาดำเนินการก่อสร้างต่อทันที โดยใช้การจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนงานก่อสร้าง และให้สามารถเดินหน้าโครงการต่อไปได้ ที่ในขณะนี้โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 เหลืองานประมาณ 1-2% ส่วนมอเตอร์เวย์ M82 เหลืองานอีกประมาณ 10-20% เท่านั้น

ทั้งนี้การยกเลิกสัญญานั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ยังไม่เข้าเงื่อนไข แต่ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้คำแนะว่า สามารถดำเนินการได้ โดยพิจารณาข้อกฎหมายทางปกครอง และความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งมีการบังคับใช้ในต่างประเทศนำมาประกอบการพิจารณา 

‘พิพัฒน์’ สแกน 14 สัญญา ‘อิตาเลียนไทย’ สั่งเบรกก่อสร้าง 15 วัน

นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่มีโครงการก่อสร้าง ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและควบคุมงานในทุกโครงการฯ ประกอบด้วย ผู้แทนด้านวิชาชีพ วิศวกรรมร่วมด้วย เพื่อใช้สิทธิ์ในการตรวจสอบโครงการฯ ให้มีความปลอดภัยสูงสุด

"นายกฯ มีความกังวล เช่นเดียวกับตนที่มีความหนักใจกับความไม่เชื่อมั่นในการใช้เส้นทางของประชาชน ทำให้หลังจากนี้ต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น" นายพิพัฒน์ กล่าว

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมประสานผู้รับจ้าง หยุดการก่อสร้างโครงการของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 14 สัญญา เป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด 

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของทุกบริษัทในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม หยุดการก่อสร้างไม่เกิน 15 วัน เพื่อเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกัน และให้รายงานผลการตรวจสอบต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ทั้งนี้ในปัจจุบันมีโครงการของกระทรวงคมนาคมที่อยู่ในมือของอิตาเลียนไทย จำนวน 10 โครงการ 14 สัญญา วงเงินรวม 113,126 ล้านบาท แบ่งเป็น 10 สัญญา ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้ระงับการก่อสร้างชั่วคราวไปก่อนจนกว่าคณะกรรมการสอบสวนจะพิจารณาตรวจสอบแล้วเสร็จภายใน 15 วัน หากไม่พบความผิดปกติจะมีการขยายเวลาการก่อสร้างแต่ละโครงการต่อไป  ประกอบด้วย 1. โครงการก่อสร้างทางพิเศษสายพระราม 3 ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ สัญญาที่ 3 วงเงิน 7,359 ล้านบาท 2.โครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ-ลำลูกกา วงเงิน 18,699 ล้านบาท 

3.โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดไทย-จีน) สัญญา 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดงและปางอโศก-บันไดม้า วงเงิน 9,348 ล้านบาท 4.โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดไทย-จีน) สัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 9,348 ล้านบาท

5.โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงของ สัญญา 1 ช่วงเด่นชัย-งาว วงเงิน 26,560 ล้านบาท 6.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ สัญญาที่ 3 ช่วงผ่านฟ้า-สะพานพุทธ วงเงิน 15,109 ล้านบาท 7.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ สัญญาที่ 5 ช่วงดาวคะนอง-ครุใน และอาคารจอดรถไฟฟ้าและอาคารจอดแล้วจร วงเงิน 15,109 ล้านบาท  

8.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ สัญญาที่ 6 งานออกแบบและก่อสร้างระบบรางตลอดแนวเส้นทางโครงการ วงเงิน 3,589 ล้านบาท 9.งานจ้างก่อสร้างเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะบริเวณชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ระยะที่ 1 ตอน 1 วงเงิน 249 ล้านบาท 10.งานจ้างก่อสร้างงานปรับปรุงรันเวย์และทางขับขนาน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 671 ล้านบาท 

ส่วนอีก 2 สัญญา อยู่ระหว่างรอลงนามสัญญากับกรมเจ้าท่า (จท.) ประกอบด้วย 1.งานจ้างก่อสร้างปรับปรุงท่าเรือบ้านหน้าทอน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี วงเงิน 85 ล้านบาท และ 2.งานจ้างก่อสร้างปรับปรุงท่าเรือเกาะพีพี อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ 

นอกจากนี้อีก 2 สัญญา ที่เกิดอุบัติเหตุอยู่ระหว่างรอคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน ซึ่งจะมีการนัดประชุมเพื่อได้ข้อสรุปในวันที่ 23 มกราคม 2569 ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 วงเงิน 1,868 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดไทย-จีน) สัญญา 3-4 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก วงเงิน 9,848 ล้านบาท