KEY
POINTS
ถนนพระราม 2 กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “โครงการก่อสร้างที่ไม่มีวันจบ” และ “ความเสี่ยงที่ประชาชนต้องแบกรับ” หลังเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีกครั้ง เมื่อโครงเหล็กติดตั้งสะพาน (Launching Gantry) ของโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ตอน 7 ร่วงถล่มทับรถประชาชน เสียชีวิตทันที 2 ราย บาดเจ็บหลายราย บนเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรทุกวัน
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำภาพลักษณ์ ‘ถนนเจ็ดชั่วโคตร’ ที่สร้างไม่เสร็จเสียที แต่ยังลากไส้ให้เห็นถึง ‘ความล้มเหลว’ ของมาตรการคุมเข้มผู้รับเหมาที่ภาครัฐพยายามป่าวประกาศให้เห็นมาตลอดหลายปี
ประเด็นที่น่าจับตาและกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือชื่อของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD “บิ๊กรับเหมาเจ้าเดิม” ที่ปรากฏอยู่ในสัญญาที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่เพิ่งเกิดเหตุสลดเครนถล่มทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้วไปเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น
คำถามที่สังคมส่งแรงกระแทกกลับไปยังกระทรวงคมนาคมคือ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ และมาตรการ ‘ตัดแต้ม-ลดชั้น’ มีผลบังคับใช้จริงหรือไม่หรือเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่ไร้สภาพบังคับต่อกลุ่มทุนรับเหมาขนาดใหญ่ ที่อาจมีเครือข่ายคอนเน็กชั่นฝังรากลึกในบิ๊กโปรเจ็กต์ของรัฐ
เหตุที่เกิดขึ้นล่าสุด นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ได้ลงพื้นที่บนถนนพระราม 2 เพื่อตรวจสอบอุบัติเหตุเครนถล่มทันที เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งจัดการพื้นที่เพื่อให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติ และเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ดีได้ระดมเครนขนาด 550 ตัน จำนวน 2 คัน พร้อมเครื่องจักรเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งยกโครงเหล็กติดตั้งสะพานที่มีน้ำหนักมากออกจากรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ภายในรถออกจากที่เกิดเหตุให้ได้เร็วที่สุด พร้อมทั้งสั่งหยุดงานก่อสร้างในโครงการนี้ทันที เพื่อตรวจสอบสาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย
ท่ามกลางการเร่งกู้พื้นที่และสั่งหยุดงานก่อสร้างชั่วคราว คำถามสำคัญไม่ได้อยู่แค่ “ใครผิด” แต่คือ “ระบบกำกับความปลอดภัยของโครงการรัฐล้มเหลวตรงไหน และจะแก้ซ้ำซากนี้อย่างไรไม่ให้ประชาชนต้องเสี่ยงชีวิตบนถนนอีกต่อไป”
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า อุบัติเหตุครั้งใหญ่ดังกล่าวเกิดจากโครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงหล่นทับรถยนต์ประชาชนเสียหาย 2 คัน มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ 2 ราย
โดยงานก่อสร้างดังกล่าวอยู่ในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณ กม. 30 ถนนพระราม 2 มูลค่าสัญญากว่า 1,800 ล้านบาท โดยมีบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับจ้าง
สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้วช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ซึ่งแบ่งการดำเนินการเป็น 10 ตอน มีระยะทางรวม 16.4 กม. วงเงินก่อสร้าง 18,759 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน และมีแผนเปิดให้บริการในปี 2568 ดังนี้
เมื่อพิจารณาไทม์ไลน์อุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่ามีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สะพานถล่ม เครนล้ม วัสดุก่อสร้างร่วงใส่รถประชาชน ไปจนถึงเหตุคนงานเสียชีวิตจำนวนมาก สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความปลอดภัยที่ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ยังพบว่า บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ยังเป็นผู้รับจ้างรายเดิมในนามกิจการร่วมค้าไอทีดี-วีซีบี (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด) ที่ชนะการประมูลก่อสร้างงานโยธาสัญญาที่ 3 ในโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ
โครงการดังกล่าวเป็นแนวเส้นทางยุทธศาสตร์ลงภาคใต้เชื่อมต่อถนนพระราม 2 ของกรมทางหลวงด้วย และเมื่อปี 2567 เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้นบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ยังเป็นผู้รับจ้างรายเดิม ที่ชนะการประมูลก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา สัญญาที่ 3 – 4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และกุดจิก – โคกกรวด เกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 32 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบอุบัติเหตุรายกรณี แต่ขยายไปสู่คำถามเชิงนโยบายว่า มาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” การตัดแต้ม ลดชั้น และบทลงโทษเชิงสัญญา มีน้ำหนักเพียงพอในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้รับเหมาหรือไม่ รวมถึงความเข้มงวดของหน่วยงานรัฐในการกำกับมาตรฐานความปลอดภัยบนโครงการที่เปิดใช้งานควบคู่กับการก่อสร้าง
โศกนาฏกรรมครั้งนี้จึงอาจเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่สังคมต้องผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบกำกับโครงการก่อสร้างภาครัฐอย่างจริงจัง ตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา การตรวจสอบอิสระด้านความปลอดภัย การเปิดเผยข้อมูลสัญญา ไปจนถึงบทลงโทษที่มีผลในทางปฏิบัติ เพื่อไม่ให้ถนนสายเศรษฐกิจหลักของประเทศ กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่องอีกต่อไป