
'อนุทิน' รอ 'เอกนิติ' ชงลดภาษีสรรพสามิตดีเซล ยันใช้ทุกวิถีทางลดภาระประชาชน
“อนุทิน” รอ “เอกนิติ” ชงลดภาษีดีเซล ย้ำใช้ทุกมาตรการลดภาระประชาชน พร้อมคุมเข้มกักตุน คำนึงวินัยการคลัง ควบคู่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจในภาวะพลังงานผันผวน
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำลังรอข้อเสนอเรื่องการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้ทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนจากปัญหาราคาน้ำมัน
- นอกจากการลดภาษี รัฐบาลยังต้องหาจุดสมดุลเพื่อป้องกันปัญหาการกักตุนและการลักลอบนำน้ำมันไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน
(2 เมษายน 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้แนวทางการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ยังรอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเสนอ
โดยรัฐบาลจะหาทุกช่องทางเพื่อลดภาระของประชาชน ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจว่า จะป้องกันดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องราคาน้ำมันเมื่อน้ำมันในประเทศถูกกว่ามาเลเซีย ก็มีคนนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น ซึ่งรัฐบาลต้องหาจุดสมดุล
เมื่อถามว่า ในสถานการณ์วิกฤติแบบนี้หากเป็นรัฐบาลทีมีอำนาจเต็มจะต้องออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มหรือไม่ นายอนุทิน ยอมรับว่า เราต้องใช้ทุกวิถีทางแต่ต้องดูวินัยทางการเงินการคลัง รายได้ของรัฐ และสวัสดิภาพค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ
ส่วนที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุนนั้น นายอนุทิน ยืนยันว่า รัฐบาลมาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่า คนอื่นดีกว่าประชาชน ไม่มีทางจะปกป้องคนไหนมากกว่าคนที่เลือกตนมา ดังนั้นวันนี้ขอพูดให้ชัดไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสน ในกระแสสื่อต่าง ๆ รัฐบาลสำนึกเป็นอย่างดีว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรามา และใครให้โอกาส ขอให้จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ตนจะเห็นใครดีกว่าประชาชน
"ตอนนี้ก็รับฟังหมด ในขณะที่เขาเขียนตำหนิมา บางคนก็ให้ข้อคิด ให้แนวทาง เราก็รับฟัง อ่านดู เพราะเราเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนสาธารณะ ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์"
ส่วนได้ให้กำลังใจนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างไร เพราะมีกระแสถึงขั้นไม่ให้ไปเติมน้ำมัน ปั๊ม PT นายอนุทินกล่าวว่า "ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก คนมาถึงสถานะนี้ได้ ก็ต้องทำงานอย่างเดียว จะมาบอกว่า ผมขอกำลังใจในการทำงานหน่อย ผมก็เปลี่ยนดีกว่าไม่มีหรอก ไม่ต้องไปขอกำลังใจ ทำงานให้ถูกต้อง ทำงานอย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ต้องไปขอกำลังใจอะไรจากใคร"
ส่วนกรณี นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือโบ โฆษก ศบก. (ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง) สอบผ่านหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อมูลที่เขาได้สื่อสารกับประชาชน เป็นข้อมูลที่ได้จากการประชุม ศบก. การเป็นโฆษกไม่ได้เกี่ยวว่าจะสอบผ่าน หรือ ไม่ผ่าน เขาไม่ได้คิดของเขาเอง แต่เป็นข้อมูล ที่ได้จากการรายงานในที่ประชุมศบก. ก็นำมารายงานให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ
ส่วนในเรื่อง ของการบริหารความรู้สึกของประชาชนที่ดูเหมือนว่า จะถูกตำหนิเรื่องของการตอบคำถาม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อเช้า ก็มีแถลงจากสหรัฐอเมริกามา เราก็ต้องปรับเปลี่ยน ฟังแล้วดูดีขึ้นไหมล่ะ เราเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ เราก็ต้องมานั่งดูแลประโยชน์ของเราให้ได้มากที่สุด ของบางอย่างก็ต้องทำงานอย่างเดียว เพื่อให้ผลของงานเป็นตัวพิสูจน์ บางอย่างก็บอกไม่ได้ ว่าเราจะไปดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นความลับทางราชการก็มีอยู่
แต่ยืนยันว่ารับรองได้ว่าเราทำงานให้เต็มที่ และยืนยันว่า ไม่มีใครในคณะรัฐมนตรีมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ตนขอยืนยันจริงๆ ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มี และไม่พูดว่า ถ้ามีก็จะไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มี จึงไม่ต้องพูดคำอื่น







