thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ รื้อสูตรน้ำมัน กดราคาหน้าปั๊ม ชงครม.นัดแรก 6 เม.ย.นี้

‘เอกนิติ’ รื้อสูตรน้ำมัน กดราคาหน้าปั๊ม ชงครม.นัดแรก 6 เม.ย.นี้

02 เม.ย. 69 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :02 เม.ย. 69 | 08:41 น.

‘เอกนิติ’ เร่งรื้อโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น สั่งกระทรวงพลังงานตัดต้นทุนแฝง คุมค่าการกลั่น-การตลาด หวังลดราคาปั๊มให้ประชาชน สรุปชงครม.นัดแรก 6 เม.ย.นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ไปศึกษาปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณราคาราคาขายส่งน้ำมันหน้าโรงกลั่น ทั้งค่าการกลั่น และค่าการตลาด

เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยมีเป้าหมายหลักในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกในวันที่ 6 เมษายนนี้

ทั้งนี้ จากการประชุม พบว่า สูตรการคำนวณราคาน้ำมันในปัจจุบันอาจสูงเกินความเป็นจริง โดยเฉพาะในส่วนของค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) ที่ถูกนำมาคำนวณรวมในราคาขายส่ง ทั้งที่ในทางปฏิบัติปัจจุบันต้นทุนส่วนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงในบางกรณี จึงมีมติให้กระทรวงพลังงานปรับปรุงตัวเลขโดยตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออก ซึ่งจะส่งผลให้ค่าการกลั่นลดลงทันที

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสั่งการให้ศึกษารายละเอียดของ War Premium หรือส่วนต่างราคาน้ำมันในช่วงสงคราม แม้ตลาดโลกจะมีการอ้างถึงค่าความเสี่ยงนี้ แต่พบว่าโรงกลั่นไทยได้ปรับตัวไปจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลางแล้ว

คตร. จึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานตรวจสอบต้นทุนที่แท้จริงว่าควรจะเป็นเท่าใด ซึ่งจะได้นำมาคำนวณในค่าการกลั่น และรวมถึงการคำนวณค่าการตลาดที่เหมาะสมด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการผลักภาระที่เกินจริงไปสู่ผู้บริโภค

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขณะเดียวกัน ในช่วงวิกฤตที่ต้นทุนสูงขึ้น คตร. ก็ได้มีการหารือถึงการพิจารณาการนำระบบ Ceiling and Floor (การกำหนดเพดานราคาสูงสุดและต่ำสุด) มาใช้กำกับดูแลค่าการกลั่น เพื่อป้องกันกำไรที่เกินควร (Windfall Profit) และสร้างระบบที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่กระทรวงพลังงานศึกษา  อย่างไรก็ตาม จะต้องได้ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อมากำหนดเพดานต่อไป

“คตร. ตั้งเป้าหมายจะดำเนินการศึกษาและสรุปตัวเลขโครงสร้างราคาทั้งหมดให้เสร็จ และเสนอที่ประชุมครม.นัดแรกในวันที่ 6 เมษายนนี้ แม้ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีจะมีกรอบเวลา 15 วัน แต่คณะกรรมการเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนจึงต้องการเร่งรัดให้เร็วที่สุด ซึ่งเราต้องการให้ราคาหน้าปั๊มที่เก็บกับประชาชนสะท้อนความเป็นจริงและเป็นธรรมที่สุด หากมีส่วนกำไรที่เกินสมควรในช่วงสงคราม ควรจะส่งผ่านกำไรนั้นกลับไปสู่ประชาชน"

ทั้งนี้ คตร. จะมีการประชุมต่อเนื่องอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เพื่อสรุปตัวเลขขั้นสุดท้ายก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป และเพื่อการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ส่งถึงประชาชน ได้มอบหมายให้ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ให้แถลงรายละเอียดการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้เพียงผู้เดียว

ด้านนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในส่วนของค่าการตลาด (Marketing Margin) นั้น ตัวเลขเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-2 เมษายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.95 บาทต่อลิตร ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ความเหมาะสมที่เคยศึกษาไว้ที่ 2.45 บาทต่อลิตร

สำหรับค่าการกลั่น (Refinery Margin) ที่มีกระแสข่าวว่าสูงถึง 13-14 บาทนั้น เป็นเพียงส่วนต่าง (Spread) ระหว่างราคาน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งยังไม่ได้หักต้นทุนอื่นๆ โดยค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีในช่วงสถานการณ์ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2.40 - 2.45 บาทต่อลิตร