
ค่าการกลั่นไทยพุ่งแตะ 14.59 บาท น้ำมันโลกดีดแรง กดดันราคาพลังงานไทย
ตรวจสอบค่าการกลั่นไทยพุ่งแตะ 14.59 บาท หลังน้ำมันโลกดีดแรง กดดันราคาพลังงานไทย ตลาดน้ำมันผวาสงคราม WTI-Brent ยังเพิ่มสูง
KEY
POINTS
- ค่าการกลั่นน้ำมันของไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ โดยล่าสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 14.59 บาทต่อลิตร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานในประเทศ
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาพลังงานไทย
- กระทรวงพลังงานเตรียมเรียกประชุมเพื่อทบทวนโครงสร้างราคา โดยมีเป้าหมายที่จะกำหนดเพดานค่าการกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมประมาณ 3-4 บาทต่อลิตร
ราคาน้ำมันวันนี้ล่าสุดประเทศมีการประกาศปรับขึ้นราคาอีกครั้ง โดยน้ำมันดีเซลขึ้น 3.50 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ขึ้น 1.20 บาท
ทำให้ราคาน้ำมันในปัจจุบันของไทยทั้งดีเซล เบนรซิน แก๊สโซฮอล์ เป็นดังนี้
- เบนซิน ลิตรละ 51.84 บาท
- ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 53.04 บาท (โออาร์)
- แก๊สโซฮอล์ 97 ลิตรละ 57.54 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 43.25 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 42.88 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 38.25 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 34.99 บาท
- ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 59.94 บาท (โออาร์)
- ดีเซล ลิตรละ 44.24 บาท (โออาร์)
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 62.14 บาท (บางจาก)
- ไฮดีเซล S ลิตรละ 44.24 บาท (บางจาก)
ราคาตลาดโลกพุ่ง
ด้านราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้น จากการรายงานของสำนักข่าว CNBC ระบุว่า ว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกเคลื่อนไหวผันผวนและปรับเพิ่มขึ้น ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่าสหรัฐมีแผนยกระดับการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งในระยะสั้นลดลง
สำหรับราคาน้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ปรับขึ้น 4.1% มาอยู่ที่ 104.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 5% อยู่ที่ 106.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ค่าการกลั่นไทยทะลุ 14 บาท
ส่วนค่าการกลั่นของไทยก็ยังเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างหนาหูว่าอยู่ระดับสูงเกินไปหรือไม่
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับค่าการกลั่นล่าสุดจากเว็บไซด์ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) พบว่า ค่าการกลั่นเฉลี่ยวันที่ 1-2 เม.ย. 69 ขยับสูงขึ้นไปถึง 14.59 มากกว่าวันที่ 1 เม.ย. 69 ซึ่งค่าการกลั่นอยู่ที่ 13.91 บาทต่อลิตร
ขณะที่ค่าการกลั่นเฉลี่ยทั้งเดือนมีนาคม 69 อยู่ที่ 7.23 บาทต่อลิตร ส่วนเดือนกุมภาพันธุ์ 69 อยู่ที่ 2.09 บาทต่อลิตร
กองทุนน้ำมันฯอุ้มดีเซลเหลือ 17.78 บาท
ประกาศของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับที่ 38 พ.ศ. 2569 เรื่อง การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง วันที่ 1 เมษายน 2569 ระบุว่า
กลุ่มดีเซล
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดากองทุนน้ำมันฯปรับลดอัตราเงินชดเขยน้ำมันดีเซล 4.11 บาท/ลิตร เป็น17.78 บาท/ลิตร
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา พรีเมี่ยมเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯลิตรละ 1.50 บาทเท่าเดิม
กลุ่มเบนซิน – แก๊สโซฮอล์
- เบนซิน 95 เก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มเป็น 6.59 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บเงินเข้ากองทุน 0.43
- แก๊สโซฮอล์ 91 เก็บเงินเข้ากองทุน 0.43
- แก๊สโซฮอล์ อี 20 กองทุนน้ำมันฯอุดหนุนราคาลิตรละ 2.66 บาท
- แก๊สโซฮอล์ อี 85 เก็บเงินเข้ากองทุนลิตรละ 3.31 บาท
ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันฯล่าสุด วันที่ 1 เม.. 69 ติดลบแล้ว 42,148 ล้านบาท
เอกนัฏลั่นทุบค่ากลั่นเหลือ 3-4 บาท
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่าทันทีที่ผ่านขั้นตอนการถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายเรียบร้อยแล้ว ในเช้าวันที่ 7 เม.ย. 69 จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อพิจารณามาตรการแก้ปัญหาค่าครองชีพเร่งด่วน ทั้งในส่วนของราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า
สำหรับปัญหาราคาน้ำมันในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ราคาหน้าปั๊มเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์แบบ 100% ทำให้เกิดความผันผวนตามสถานการณ์โลกเกินความจำเป็น
ซึ่งจากข้อมูลพบว่าค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ จากระดับปกติ 2-3 บาทต่อลิตร ขึ้นมาเฉลี่ย 7 บาทในเดือนมี.ค. 69
และล่าสุดต้นเดือนเม.ย. 69 ขึ้นไปเกือบ 14 บาทต่อลิตร ซึ่งมองว่าเป็นสภาวะตลาดพิสดารที่เกิดจากความตระหนกในตะวันออกกลาง
ดังนั้น จะใช้อำนาจตาม พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ให้ กบง. เข้าไปทบทวนสูตรราคาหน้าโรงกลั่น
โดยจะนำราคาน้ำมันดิบดูไบมาพิจารณาประกอบ และอาจมีการกำหนดเพดานค่าการกลั่น ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมประมาณ 3-4 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว และตั้งเป้าให้มีผลในทางปฏิบัติก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
นอกจากการรื้อโครงสร้างราคาแล้ว สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบความโปร่งใสในระบบการค้าน้ำมัน โดยที่ผ่านมาการเก็บข้อมูลสต็อกน้ำมันของกรมธุรกิจพลังงาน มีความหละหลวม รายงานเพียงตัวเลขรายเดือนทำให้เกิดช่องโหว่ในการแต่งบัญชี







