
ราคาน้ำมันต่างประเทศ WTI ลด 1.26 เหรียญฯ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณใกล้ยุติสงครามอิหร่าน
ราคาน้ำมันต่างประเทศ WTI ลด 1.26 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณใกล้ยุติสงครามอิหร่าน
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง 1.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านใกล้จะยุติลง
- คำกล่าวของทรัมป์ที่ระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมจะถอนตัวจากสงครามอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 สัปดาห์ เป็นปัจจัยหลักที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดและกดดันราคาน้ำมัน
- นักวิเคราะห์มองว่าตลาดคาดการณ์ว่าทรัมป์จะไม่ปล่อยให้ความ
รายงานข่าวจากรอยเตอร์ ระบุว่า ราคาน้ำมันปรับลดลงวันพุธที่ 1 เมศสยน 2569 หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการะบุว่า สหรัฐฯจะยุติสงครามกับอิหร่านในเร็ววัน
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิถุนายนปรับลดลง 2.81 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล หรือ 2.7% ปิดที่ 101.16 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 98.35 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 1.26 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล หรือประมาณ 1.2% ปิดที่ 100.12 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จากระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 96.50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในภายหลังของวัน ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า สหรัฐได้ทำให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และพร้อมที่จะถอนตัวจากสงครามอย่างรวดเร็ว
โดยส่งสัญญาณว่าสหรัฐอาจยุติสงครามภายใน 2-3 สัปดาห์ แม้ไม่มีข้อตกลง ซึ่งคำกล่าวดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันลดลงมากกว่า 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงการซื้อขายวันนั้น
นักวิเคราะห์ของ SEB ระบุว่า ผู้เข้าร่วมตลาดกำลังเดิมพันว่าทรัมป์จะไม่ปล่อยให้การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการน้ำมันเบนซินในสหรัฐมักอยู่ในระดับสูงสุด
“ความเสี่ยงต่อราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และท้ายที่สุดต่อการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ทำให้ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมีต้นทุนทางการเมืองสูง”
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐปรับขึ้นเหนือระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 3 ปี
อย่างไรก็ดี ในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันพุธ ทรัมป์ระบุว่าอิหร่านได้ร้องขอการหยุดยิง แต่จะพิจารณาได้ก็ต่อเมื่อเตหะรานยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้มีการร้องขอใด ๆ
อิหร่านได้หยุดเรือไม่ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีประเทศเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางหยุดชะงักและผลักดันราคาพลังงานทั่วโลกให้สูงขึ้น
นักวิเคราะห์คาดว่า การไหลของพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งได้อย่างช้า แม้จะมีการประกาศหยุดยิงก็ตาม
“แนวโน้มดูเหมือนจะเอนเอียงไปทางการยุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แต่สถานะของช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และควรได้รับการประเมินความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม แม้ว่าอุปทานน้ำมันโลกจะเริ่มผ่อนคลายลงอย่างช้า ๆ” บริษัทที่ปรึกษาการค้าน้ำมัน Ritterbusch and Associates ระบุ
ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กล่าวว่า การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน และจะส่งผลกระทบต่อยุโรป เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยิ่งกระทบต่อการส่งออก
สะท้อนผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ลดลง 7.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคมจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผู้ผลิตจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตเพราะคลังเก็บเต็ม
ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เมื่อวันอังคารระบุว่า ในเดือนมกราคม การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากที่สุดในรอบ 2 ปี หลังพายุฤดูหนาวรุนแรงทำให้การผลิตหยุดชะงัก
ขณะที่ผลสำรวจของรอยเตอร์จากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ซาอุดีอาระเบียอาจปรับขึ้นราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการสำหรับเอเชียในเดือนพฤษภาคมสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังน้ำมันจากตะวันออกกลางกลายเป็นน้ำมันที่มีราคาแพงที่สุดในโลก
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก EIA ในวันพุธระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา







