กฟผ.เล็งชงคณะอนุPDP เร่งโครงการโรงไฟฟ้า Solar Floating 2.7 พันเมกฯ

08 ม.ค. 2569 | 00:11 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ม.ค. 2569 | 00:37 น.

‘กฟผ.’ เตรียมเสนอคณะอนุPDP เร่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ากว่า 2.7 พันเมกะวัตต์ พร้อมขยายจำนวนเมกะวัตต์ หนุนเป้า Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี

KEY

POINTS

  • กฟผ. เตรียมเสนอคณะอนุกรรมการ PDP เร่งรัดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ กำลังผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์
  • เสนอให้เลื่อนกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ให้เร็วขึ้น 7 ปี จากเดิมภายในปี 2580 เป็นภายในปี 2573
  • การเร่งรัดโครงการมีขึ้นเพื่อรองรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของประเทศที่เร็วขึ้นเป็นปี 2593
  • พร้อมกันนี้จะเสนอให้ขยายกรอบกำลังการผลิตของโครงการ Floating Solar เพิ่มเติมในแผน PDP ฉบับใหม่

นายเอกรัฐ สมินทรปัญญา ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมเสนอคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (คณะอนุฯ PDP ) เพื่อพิจารณาอนุมัติเร่งแผนการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ(Floating Solar )ในเขื่อนกฟผ.ทั่วประเทศ กำลังผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์ให้ดำเนินการแล้วเสร็จ (COD) และจ่ายไฟเข้าระบบเร็วขึ้นเป็นภายในปี 2573 

จากเดิมกำหนดไว้ภายในปี 2580 ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Revision 1) รวมถึงขยายกรอบเพิ่มจำนวนเมกะวัตต์มากขึ้นในโครงการFloating Solar เพื่อบรรจุในแผนPDPฉบับใหม่ รองรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero Emissions)ของประเทศไทยที่เร็วขึ้น 15 ปีจากเดิมปีพ.ศ. 2608 เป็นปีพ.ศ.2593

จากเดิมกำหนดไว้ภายในปี 2580 ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Revision 1) รวมถึงขยายกรอบเพิ่มจำนวนเมกะวัตต์มากขึ้นในโครงการFloating Solar เพื่อบรรจุในแผนPDPฉบับใหม่ รองรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero Emissions)ของประเทศไทยที่เร็วขึ้น 15 ปีจากเดิมปีพ.ศ. 2608 เป็นปีพ.ศ.2593

โดยกฟผ.ได้พิจารณาศักยภาพของเขื่อนต่างๆทั่วประเทศพบว่าสามารถติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำได้มากกว่า 2,725 เมกะวัตต์ ช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนเป้าหมายประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ Net Zero Emissions ของประเทศ

นอกจากนี้ กฟผ.ได้พยายามเร่งโครงการต่างๆรองรับแผนดังกล่าว โดยคำนึงทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน อัตราค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย โดยศึกษาหลายรูปแบบทั้งระบบสายส่ง , พลังงานลม โครงการนิวเคลียร์ขนาดเล็ก( SMR ) ,พลังงานทดแทนทั้งพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นดิน และพลังงานไฮโดรเจน

ทั้งนี้ กฟผ.เร่งประกวดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนต่างๆ โดยจะมีการเร่งเปิดประกวดราคา รวมถึงเสนอโครงการต่างๆ ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ หากครม.เห็นชอบก็จะดำเนินโครงการทันที

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ กฟผ.เตรียมเสนอโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ 3 โครงการ กำลังผลิตรวม 348 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์ 140 เมกะวัตต์ ดำเนินการประกวดราคาแล้ว โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล 158 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างสรุปผลการประกวดราคา

และโครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนวชิราลงกรณ 50 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพิจารณาเอกสารประกวดราคา โดยจะเสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติในเดือนธันวาคม 2568 แต่เกิดการยุบสภาฯเสียก่อน จึงต้องรอรัฐบาลใหม่

นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ 4 โครงการ กำลังผลิตรวม 1,200 เมกะวัตต์ ที่อยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติโครงการ โดยอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความเห็น นำเสนอ 4 โครงการ หากผ่านความเห็นชอบ ก็จะเสนอครม.ต่อไป ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์ 3 (280 เมกะวัตต์) ,โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์ 4 (300 เมกะวัตต์) ,โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล 2 (300 เมกะวัตต์) ,โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล 3 (320 เมกะวัตต์)

โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กท้ายเขื่อนชลประทาน ซึ่งครม.มีมติเห็นชอบให้ กฟผ. ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำปาว เขื่อนห้วยแม่ท้อ และเขื่อนกระเสียว กำลังผลิตติดตั้งรวม 6.75 เมกะวัตต์ โดยมีวงเงินขออนุมัติ 959.76 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2567

โดยโครงการที่เขื่อนลำปาวอยู่ระหว่างการก่อสร้าง กำหนด COD ปี 2569 ,เขื่อนแม่ห้วยแม่ท้อและเขื่อนกระเสียวอยู่ระหว่างการประกวดราคา กำหนด COD ปี 2571 ส่วนเขื่อนลำตะคองอยู่ระหว่างการประกวดราคา กำหนด COD ปี 2572