KEY
POINTS
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาปฏิบัติการบุกกรุงการากัสของเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และจะให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของสหรัฐ เข้าไปฟื้นฟูการผลิตน้ำมัน และสร้างเสถียรภาพให้กับเวเนซุเอลาว่า ผลกระทบกับประเทศไทยคงมีไม่มากเท่าใดนัก เนื่องจากไทยไม่ได้มีการค้าขายกับเวเนซุเอลามากนัก
โดยในช่วงสั้นมองว่าผลกระทบน่าจะมาจากอาการตกใจเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ส่วนที่ต้องติดตามในระยะยาวก็คือ การที่สหรัฐฯจะส่งบริษัทน้ำมันเข้าไปควบคุม หรือบริหารจัดการระบบน้ำมันสำรองที่มีจำนวนมากที่สุดในโลกของเวเนซุเอลา
ส่วนในระยะยาวไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นผลดีต่อราคาพลังงานโลก เพราะเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก แต่ถูกคว่ำบาตร หรือแซงชั่น (Sanction) ไม่ให้ขายน้ำมันมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลก็คือการที่เศรษฐกิจทั่วโลกปี 2569 ไม่ดี หรือหดตัวมากว่าปี 2568 จากการคาดการณ์ขององค์กรทางด้านเศรษฐกิจของโลกหลายแห่ง โดยถือเป็นสัญญาณถึงไทยซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกมาก
โดยหากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่ดีก็จะทำให้ยอดการซื้อขายลดลง ยิ่งมีปัญหาระหว่างสหรัฐฯกับเวเนซุเอลาเข้ามาเพิ่มเติม ก็ยิ่งทำให้ปัจจัยลบมีมากขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ช่วงปลายปี 2568 ก่อนที่จะมีสงคราม ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงอย่างมากทางด้านส่งออกในปี 2569
“ปัญหาเดิมที่มีอยู่ของไทยเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าใดนัก ขณะที่ค่าเงินบาทซึ่งแข็งค่าที่สุดในภูมิภาคก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ยังแก้ไม่ได้ เมื่อมาเกิดปัญหาเรื่องการหารายได้ของไทยจากตลาดโลกที่บรรยากาศไม่ดี กำลังซื้อลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้จากสงครามดังกล่าว จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงทางด้านส่งออก ที่จากเดิมองค์กรทางด้านเศรษฐกิจหลายสำนักคาดว่าจะโตเหลือ 1.5-1.6% มากยิ่งขึ้น“