ประธานส.อ.ท.ชี้สงครามสหรัฐฯ-เวเนซุเอลาเพิ่มความเสี่ยงส่งออกไทยปี 69

07 ม.ค. 2569 | 04:58 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ม.ค. 2569 | 04:58 น.

ส.อ.ท.ชี้สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลายิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาคส่งออกไทยปี 69 ซ้ำเติมปัญหาเชิงโครงสร้าง และค่าเงินบาท

KEY

POINTS

  • ประธาน ส.อ.ท. ชี้ว่าผลกระทบโดยตรงทางการค้าระหว่างไทยกับเวเนซุเอลามีจำกัด แต่น่ากังวลในแง่การซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะชะลอตัวในปี 2569
  • ความขัดแย้งดังกล่าวถือเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่ทำให้กำลังซื้อในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทยที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก
  • สถานการณ์นี้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับการส่งออกไทยในปี 2569 ซึ่งเผชิญกับปัญหาเดิมอยู่แล้ว ทั้งปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจและค่าเงินบาทที่แข็งค่า

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาปฏิบัติการบุกกรุงการากัสของเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และจะให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของสหรัฐ เข้าไปฟื้นฟูการผลิตน้ำมัน และสร้างเสถียรภาพให้กับเวเนซุเอลาว่า ผลกระทบกับประเทศไทยคงมีไม่มากเท่าใดนัก เนื่องจากไทยไม่ได้มีการค้าขายกับเวเนซุเอลามากนัก 

โดยในช่วงสั้นมองว่าผลกระทบน่าจะมาจากอาการตกใจเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ส่วนที่ต้องติดตามในระยะยาวก็คือ การที่สหรัฐฯจะส่งบริษัทน้ำมันเข้าไปควบคุม หรือบริหารจัดการระบบน้ำมันสำรองที่มีจำนวนมากที่สุดในโลกของเวเนซุเอลา 

 

ส่วนในระยะยาวไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นผลดีต่อราคาพลังงานโลก เพราะเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก แต่ถูกคว่ำบาตร หรือแซงชั่น (Sanction) ไม่ให้ขายน้ำมันมาโดยตลอด 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลก็คือการที่เศรษฐกิจทั่วโลกปี 2569 ไม่ดี หรือหดตัวมากว่าปี 2568 จากการคาดการณ์ขององค์กรทางด้านเศรษฐกิจของโลกหลายแห่ง โดยถือเป็นสัญญาณถึงไทยซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกมาก 

โดยหากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่ดีก็จะทำให้ยอดการซื้อขายลดลง ยิ่งมีปัญหาระหว่างสหรัฐฯกับเวเนซุเอลาเข้ามาเพิ่มเติม ก็ยิ่งทำให้ปัจจัยลบมีมากขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ช่วงปลายปี 2568 ก่อนที่จะมีสงคราม ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงอย่างมากทางด้านส่งออกในปี 2569

“ปัญหาเดิมที่มีอยู่ของไทยเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าใดนัก ขณะที่ค่าเงินบาทซึ่งแข็งค่าที่สุดในภูมิภาคก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ยังแก้ไม่ได้ เมื่อมาเกิดปัญหาเรื่องการหารายได้ของไทยจากตลาดโลกที่บรรยากาศไม่ดี กำลังซื้อลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้จากสงครามดังกล่าว จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงทางด้านส่งออก ที่จากเดิมองค์กรทางด้านเศรษฐกิจหลายสำนักคาดว่าจะโตเหลือ 1.5-1.6% มากยิ่งขึ้น“