
สคบ.รื้อใหญ่ ‘พ.ร.บ.ขายตรง-ตลาดแบบตรง’ คุมเข้มแพลตฟอร์มดิจิทัล
สคบ. ยกร่าง พ.ร.บ.ขายตรง-ตลาดแบบตรง ฉบับใหม่ รื้อใหญ่คุมแพลตฟอร์มดิจิทัล บีบแอปใหญ่ร่วมรับผิดชอบสินค้าห่วย-ชำรุด การันตีสิทธิ์ผู้บริโภคแกะลองสินค้า คืนเงินได้ภายใน 14 วัน พร้อมดักทางแชร์ลูกโซ่แบบใหม่
KEY
POINTS
- สคบ. กำลังยกร่าง พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรงฉบับใหม่ เพื่อให้กฎหมายทันสมัยและครอบคลุมการค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ขยายตัวขึ้น
- ร่างกฎหมายใหม่ได้เพิ่มนิยาม "บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล" และกำหนดให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายของสินค้าที่ขายบนพื้นที่ของตน
- มีการปรับปรุงข้อบังคับเพื่อควบคุมการดำเนินธุรกิจในลักษณะ "แชร์ลูกโซ่" ให้รัดกุมยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มการกำกับดูแลด้านการโฆษณา
- เพิ่มสิทธิผู้บริโภค โดยขยายระยะเวลาการใช้สิทธิเลิกสัญญาเป็น 14 วัน และให้สิทธิในการเปิดดูหรือทดลองสินค้าเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และสื่อสังคมออนไลน์ขยายตัวต่อเนื่อง ธุรกิจ “ขายตรงและตลาดแบบตรง” ก็ปรับรูปแบบตามไปด้วย โดยเฉพาะการโฆษณาและนำเสนอสินค้าหรือบริการโดยอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซับซ้อนขึ้น และเกิดปัญหาการละเมิดสิทธิผู้บริโภคตามมา
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ.จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ โดยยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ขึ้น เนื่องจาก พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งบังคับใช้มาเป็นเวลานาน มีบทบัญญัติที่อาจครอบคลุมไม่ถึงปัญหาใหม่ ๆ ทำให้การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจเกิดข้อจำกัด และไม่อาจดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ขณะเดียวกัน การกำกับดูแลตามกฎหมายเดิมยังอาจสร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจรวมถึงความร้ายแรงของการกระทำผิดในปัจจุบัน สคบ. จึงเห็นความจำเป็นที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกลไกการกำกับดูแลและส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศ ควบคู่กับการไม่สร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้ประกอบธุรกิจ
“ตอนนี้ร่างพ.ร.บ.ขายตรงฯ ฉบับใหม่ ได้เปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนจะมาสรุปรายละเอียดและเสนอไปยังบอร์ดใหญ่เห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป” แหล่งข่าวระบุ
เพิ่มนิยามใหม่ "บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล"
แหล่งข่าวระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.ขายตรงฯ ฉบับใหม่ มีสาระสำคัญหลายส่วน โดยกำหนดให้แก้ไขนิยามคำว่า “ขายตรง” และ “ตลาดแบบตรง” ในมาตรา 3 ของกฎหมายเดิม พร้อมเพิ่มนิยามคำว่า “บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” และ “แผนการจ่ายผลตอบแทน” โดยนิยามขายตรงจะครอบคลุมการเสนอขายสินค้าหรือบริการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นในลักษณะเดียวกันของตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระ
ส่วนตลาดแบบตรงจะครอบคลุมการเสนอขายโดยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือวิธีการอื่นในลักษณะเดียวกัน
การเพิ่มนิยามบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการกำกับดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การเพิ่มนิยามแผนการจ่ายผลตอบแทนมีเป้าหมายให้การกำกับดูแลธุรกิจขายตรงและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คุมประกอบกิจการลักษณะ “แชร์ลูกโซ่”
ร่างกฎหมายแก้ไขบทบัญญัติห้ามผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงดำเนินกิจการในลักษณะ “แชร์ลูกโซ่” เพื่อให้ครอบคลุมพฤติกรรมในปัจจุบัน พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจใช้ข้อความสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และเพิ่มการกำกับดูแลด้านโฆษณาในธุรกิจขายตรง
ส่วนระบบจดแจ้งธุรกิจตลาดแบบตรงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะมีการกำหนดลักษณะธุรกิจที่ต้องจดแจ้ง โดยผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงที่มีลักษณะเป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลร้านค้าบนแพลตฟอร์ม หรือบุคคลที่ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการเสนอขายสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มของตนเอง และต้องร่วมรับผิดกับร้านค้าหรือบุคคลดังกล่าวต่อความเสียหายที่เกิดจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าหรือบริการที่เสนอขาย
อีกประเด็นคือการแก้ไขคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรง โดยกำหนดว่าหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานของผู้ยื่นคำขอ ต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกับของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทอื่นที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง โดยร่างกฎหมายให้ปรับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
เพิ่มสิทธิของผู้บริโภคในการเปิดดู-ทดลองสินค้า
ด้านสิทธิของผู้บริโภค ร่างกฎหมายเพิ่มระยะเวลาการใช้สิทธิเลิกสัญญาเป็นภายใน 14 วันนับแต่วันที่ได้รับสินค้าหรือบริการ และเพิ่มข้อยกเว้นในการใช้สิทธิดังกล่าว เพื่อไม่สร้างภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร รวมถึงเพิ่มสิทธิของผู้บริโภคในการเปิดดูหรือทดลองสินค้าที่ได้รับจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อตรวจสอบสภาพ คุณลักษณะ หรือการทำงานของสินค้า
สำหรับอำนาจเพิกถอนทะเบียนธุรกิจของนายทะเบียน ร่างกฎหมายปรับปรุงให้ครอบคลุมกรณีต่าง ๆ เช่น การเป็นบุคคลล้มละลาย การมีสถานะร้าง และการดำเนินกิจการลักษณะแชร์ลูกโซ่ ส่วนกรณีไม่รายงานผลการประกอบธุรกิจหรือไม่แจ้งย้ายสำนักงานใหญ่ ซึ่งเดิมนายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนทะเบียน จะกำหนดให้เป็นความผิดทางพินัยที่ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย เพื่อให้เหมาะสมกับความร้ายแรงของการกระทำผิด
นอกจากนี้ยังเพิ่มบทกำหนดโทษกรณีไม่จดแจ้งการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ไม่แจ้งข้อมูลที่จำเป็นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่รายงานการประกอบธุรกิจ ไม่แจ้งย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ และไม่แก้ไขหรือปฏิบัติตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้แก้ไข
ส่วนบทเฉพาะกาล กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และประกอบธุรกิจอยู่ก่อนวันที่กฎหมายใช้บังคับ จะประกอบธุรกิจต่อไปได้ แต่ต้องจดทะเบียนตามมาตรา 27 ภายใน 180 วันนับแต่วันที่กฎหมายใช้บังคับ
ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงซึ่งต้องจดแจ้งตามมาตรา 27/1 ต้องดำเนินการจดแจ้งภายใน 180 วันนับแต่วันที่กฎหมายใช้บังคับเช่นกัน ขณะที่กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามกฎหมายเดิมและใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่กฎหมายฉบับใหม่ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายฉบับใหม่ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตามกฎหมายฉบับใหม่ออกมาใช้บังคับ







