thansettakij
thansettakij
'ศุภมาส' ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล เล็งใช้ 'ฟ้องคดีแบบกลุ่ม' ช่วยผู้บริโภคถูกโกงออนไลน์

'ศุภมาส' ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล เล็งใช้ 'ฟ้องคดีแบบกลุ่ม' ช่วยผู้บริโภคถูกโกงออนไลน์

01 ส.ค. 69 | 09:30 น.

'ศุภมาส' รมต.สำนักนายกฯ มอบสคบ. จัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ ดึงแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมรับผิดชอบความเสียหายกับผู้ขาย พร้อมเล็งเปิดใช้วิธี "ฟ้องคดีแบบกลุ่ม" ลดภาระผู้บริโภครายย่อย เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

KEY

POINTS

  • ผลักดันนโยบายให้แพลตฟอร์มดิจิทัลต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ (Shared Responsibility) ในการป้องกันและเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภคจากการซื้อสินค้าออนไลน์
  • มอบหมายให้ สคบ. ศึกษาแนวทางการใช้ "การฟ้องคดีแบบกลุ่ม" เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายในลักษณะเดียวกันให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น
  • มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรม

1 สิงหาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า ปัญหาการซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบัน มีทั้งสินค้าไม่ได้มาตรฐาน สินค้าไม่ปลอดภัย หรือสินค้าไม่ตรงตามโฆษณา และมักไม่ได้รับการเยียวยาเมื่อเกิดความเสียหาย ถือเป็นวาระสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งปรับตัวเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

ทั้งนี้ ไม่อาจมุ่งเป้าไปที่ตัวผู้ขายเพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องพิจารณาตลอดห่วงโซ่ของการค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ "แพลตฟอร์มดิจิทัล" ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ขายกับผู้บริโภค และได้รับผลประโยชน์จากธุรกรรมต่าง ๆ บนระบบ

แม้ปัจจุบัน สคบ. จะยังมีข้อจำกัดด้านอำนาจตามกฎหมายในการสั่งปิดหรือระงับการให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์โดยตรง แต่ทางฝ่ายนโยบายมองว่าภาครัฐไม่ควรหยุดอยู่เพียงข้อจำกัดดังกล่าว จึงมีแนวคิดผลักดัน หลักความรับผิดชอบร่วม (Shared Responsibility) ระหว่างผู้ขายและแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่านการศึกษาแนวทางปรับปรุงกฎหมายและกลไก กำกับดูแลให้แพลตฟอร์มมีหน้าที่ร่วมป้องกัน ระงับ และช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายจากสินค้าผิดกฎหมาย ตลอดจนมีมาตรการจัดการร้านค้าที่กระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ

"การขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ สคบ. หารือร่วมกับหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านดิจิทัล การค้าออนไลน์ และธุรกิจขายตรง เพื่อกำหนดกลไกการทำงานร่วมกัน กำหนดบทบาทหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุน พร้อมตัวชี้วัดที่ชัดเจน ให้การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสินค้าออนไลน์ขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้จริงทั่วประเทศ" นางสาวศุภมาสกล่าว

ตั้งเป้าสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจดิจิทัลกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค

นอกจากนี้นางสาวศุภมาสยังได้มอบหมายให้ สคบ. ศึกษาแนวทางการใช้ การฟ้องคดีแบบกลุ่ม สำหรับกรณีที่ผู้บริโภคจำนวนมากได้รับความเสียหายในรูปแบบเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวก ลดภาระของผู้เสียหายรายย่อย พร้อมทั้งหารือร่วมกับหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการค้าออนไลน์และธุรกิจขายตรง เพื่อบูรณาการกลไกการทำงานร่วมกันทุกมิติ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สคบ. ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อ จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ระดับชาติ ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการประเด็นสินค้าออนไลน์ ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อกำหนดบทบาทของหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุน รวมถึงตัวชี้วัด (KPIs) และกลไกความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้สามารถขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ

"เป้าหมายสำคัญของนโยบายนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระให้แก่ภาคธุรกิจ แต่เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างสุจริตก็จะได้รับความเชื่อมั่นจากระบบตลาดที่โปร่งใสและเป็นธรรม" นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย