
สคบ.ชงร่าง พ.ร.บ. Lemon Law เข้าสภา ลุ้นกฎหมายผ่านฉลุย ช่วยผู้บริโภค
เปิดความคืบหน้า กฎหมาย Lemon Law หรือ ร่างพ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เตรียมพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เดือนมิ.ย.นี้
KEY
POINTS
- สคบ. เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ. Lemon Law เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หลังจากผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว
- กฎหมายนี้มีสาระสำคัญคือการกำหนด "บทสันนิษฐานความชำรุดบกพร่อง" โดยหากสินค้ามีปัญหาภายใน 6 เดือน (สินค้าทั่วไป) หรือ 1 ปี (รถยนต์) จะถือว่าชำรุดมาตั้งแต่ส่งมอบ
- ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าชำรุดบกพร่องจะมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิดชอบได้หลายรูปแบบ เช่น ขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ ซ่อมแซม ลดราคา หรือเลิกสัญญา
- มีมาตรการคุ้มครองเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยหากพบข้อบกพร่องร้ายแรงในช่วงแรก ผู้ซื้อสามารถขอเปลี่ยนสินค้าใหม่หรือเลิกสัญญาได้
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สคบ. ได้จัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... หรือ กฎหมาย Lemon Law เพื่อเตรียมพร้อมเป็นข้อมูลในการเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรก
พร้อมเตรียมการชี้แจงในชั้นของกรรมาธิการแล้ว ภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. Lemon Law ไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมทั้งรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว
อย่างไรก็ตามในขั้นตอนต่อไป ภายหลัง ร่าง พ.ร.บ. Lemon Law ฉบับนี้ ผ่านการเห็นชอบจากครม. รัฐบาลจะใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งในขณะนี้ร่างพ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... (นางสาวสารี อ๋องสมหวัง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,111 คน เป็นผู้เสนอ) ที่ได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
“กฎหมายฉบับนี้น่าจะเสนอไปยังรัฐสภาได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ เพื่อพิจารณาในวาระแรก ซึ่งนอกจากร่างกฎหมายของสคบ.แล้ว ยังมีร่างอีกฉบับของภาคประชาชนที่เสนอไว้รอก่อนหน้า ซึ่งก็น่าจะมีการพิจารณาร่วมกัน โดยตั้งเป้าหมายให้กฎหมายฉบับนี้ถ้าผ่านการพิจารณาได้โดยเร็ว จะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้าและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น” แหล่งข่าว ระบุ
สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. Lemon Law ฉบับนี้ กำหนดให้กฎหมายใช้บังคับกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าทั่วไป ทั้งในรูปแบบผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) และผู้ประกอบธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจ (B2B) รวมถึงสัญญาเช่าซื้อ การจัดไฟแนนซ์ และสัญญาแลกเปลี่ยนสินค้า โดยไม่ใช้บังคับกับสินค้ามือสอง สัตว์มีชีวิต และสินค้าบางประเภทที่กำหนดในกฎกระทรวง
ขณะเดียวกันยังมีการกำหนด “บทสันนิษฐานความชำรุดบกพร่อง” เพื่อช่วยคุ้มครองผู้ซื้อ โดยหากสินค้าปรากฏความชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นมีความชำรุดบกพร่องตั้งแต่เวลาส่งมอบสินค้า ได้แก่ สินค้าทั่วไปภายใน 6 เดือน รถยนต์ภายใน 1 ปี และรถจักรยานยนต์ภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ
สำหรับสิทธิของผู้ซื้อ ร่างกฎหมายกำหนดให้สามารถเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิดได้อย่างชัดเจน เช่น กรณีสินค้าทั่วไปที่มีความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญ ผู้ซื้อสามารถขอเปลี่ยนสินค้าได้ และหากผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา ส่วนกรณีความชำรุดบกพร่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้องให้ซ่อมแซม ขอให้ลดราคา หรือเลิกสัญญาได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ในกรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ร่างกฎหมายกำหนดมาตรการคุ้มครองเฉพาะเพิ่มเติม โดยหากพบความชำรุดบกพร่องที่กระทบต่อความปลอดภัยและไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ผู้ซื้อมีสิทธิขอเปลี่ยนรถคันใหม่หรือเลิกสัญญาได้ รวมทั้งกำหนดให้ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือจัดหาประโยชน์ทดแทนระหว่างการซ่อมแซมด้วย
ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์ หากพบความชำรุดบกพร่องในสาระสำคัญภายใน 14 วันนับแต่วันรับมอบสินค้า ผู้ซื้อมีสิทธิขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที และหากผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ ผู้ซื้อสามารถเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้
ร่างกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถเรียกค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรเพิ่มเติมได้ และกำหนดอายุความในการใช้สิทธิเรียกร้อง โดยสินค้าทั่วไปมีอายุความ 1 ปี ส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ซื้อพบความชำรุดบกพร่องหรือวันที่ผู้ขายยอมรับที่จะดำเนินการแก้ไข







