
ศุลกากรขึ้นบัญชี 7 บริษัท ลอบนำเข้าขยะพิษ ชี้ปี 69 ยอดจับสูงสุดในรอบ 5 ปี
ศุลกากรขึ้นบัญชีดำ 7 บริษัทลักลอบนำเข้าขยะพิษ ดีเอสไอรับคดีพิเศษ ลุยสอบฟอกเงิน เผยปีงบประมาณ 2569 จับกุม 198 ราย มูลค่า 243.1 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี
KEY
POINTS
- กรมศุลกากรขึ้นบัญชีดำ 7 บริษัทที่ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย พร้อมส่งรายชื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดี
- ปีงบประมาณ 2569 มีการจับกุมการลักลอบนำเข้าขยะพิษสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยมีมูลค่าของกลางกว่า 243.1 ล้านบาท
- บริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำจะถูกตรวจสอบตู้สินค้านำเข้าอย่างละเอียด 100% ในการนำเข้าครั้งต่อไป เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
- DSI รับเป็นคดีพิเศษและประสานงานกับ ปปง. และ ป.ป.ช. เพื่อสอบสวนความผิดฐานฟอกเงินและติดตามยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงมาตรการปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย ว่า กรมศุลกากรได้ประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งมอบรายชื่อผู้ประกอบการ ข้อมูลเลขตู้สินค้า และบริษัทที่ถูกร้องเรียนและพบความผิดรวม 7 บริษัท เพื่อดำเนินคดีทางอาญา
ทั้งนี้ ดีเอสไอรับเรื่องเป็นคดีพิเศษแล้ว และอยู่ระหว่างสอบสวนเชิงลึก โดยประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบความผิดฐานฟอกเงิน รวมถึงติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าขยะพิษที่สร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ตนยังพร้อมให้ความร่วมมือและเข้าชี้แจงข้อมูลต่อดีเอสไอ เพื่อสนับสนุนการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
ขึ้นบัญชีดำ ตรวจตู้สินค้านำเข้า 100%
สำหรับ 7 บริษัทดังกล่าว กรมศุลกากรได้ขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการนำเข้าและตัวแทนขนส่งสินค้าที่กระทำความผิด โดยการนำเข้าครั้งต่อไป ตู้สินค้าของบริษัทที่อยู่ในบัญชีดังกล่าวจะถูกกักและตรวจค้นอย่างละเอียด 100% ทุกตู้ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสิ่งต้องห้ามซ้ำ
ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และกรมการค้าต่างประเทศ ปรับแนวทางควบคุมการนำเข้าเศษโลหะ โดยเสนอห้ามนำเข้าเศษโลหะบางลักษณะที่เทกองหรืออัดเป็นบิ๊กแบ็ก ซึ่งตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนได้ยาก พร้อมเสนอให้อนุญาตเฉพาะเศษโลหะที่คัดแยกประเภทอย่างสะอาด หรือผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นแท่งโลหะรีไซเคิลแล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและลดความเสี่ยงที่ขยะอันตรายจะปะปนเข้ามาในประเทศ
นำเข้าเศษโลหะ-กระดาษปีละ 6,400 ล้านกิโลกรัม
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า แต่ละปีประเทศไทยมีการนำเข้าเศษโลหะและเศษกระดาษ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมรีไซเคิลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สูงถึงราว 6,400 ล้านกิโลกรัมต่อปี ซึ่งกลุ่มสินค้าดังกล่าวได้รับอนุญาตให้นำเข้าอย่างเสรีมาตั้งแต่ปี 2559 แบ่งเป็น เศษโลหะ 3,200 ล้านกิโลกรัม และเศษกระดาษอีก 3,200 ล้านกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบพบความพยายามลักลอบนำเข้าสิ่งต้องห้าม เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า และสายไฟ ปะปนมากับเศษโลหะและวัสดุรีไซเคิล หากนำไปหลอมในโรงงานที่ไม่มีมาตรฐานด้านสุขอนามัย อาจก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษและสารเคมีตกค้าง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
ปีงบ 69 จับขยะพิษสูงสุดในรอบ 5 ปี
สำหรับผลการปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะพิษข้ามแดน ในปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรจับกุมได้ 198 ราย ปริมาณของกลางกว่า 20.5 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 243.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าการจับกุมสูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2565
ประเภทของเสียที่ตรวจพบและจับกุมมากที่สุด ได้แก่ ของเสียอันตราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก และขยะเทศบาล ตามลำดับ โดยกรมศุลกากรจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการตรวจสอบตู้สินค้า การดำเนินคดีอาญา และการติดตามเส้นทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นแหล่งรองรับขยะอันตรายจากต่างประเทศ







