
แถลงการณ์ IMFC เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงขาลง จี้คุมวินัยการคลัง ลดหนี้สาธารณะ
IMFC เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงขาลงจากสงคราม การค้า หนี้สาธารณะ จี้ฟื้นฐานะการคลัง รักษาเสถียรภาพราคา เสริมการเงินดิจิทัล หนุนปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- IMFC เตือนว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงขาลงสูงจากปัจจัยต่างๆ เช่น สงคราม ความตึงเครียดทางการค้า และหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง
- เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ดำเนินนโยบายการคลังอย่างมีวินัย เร่งปรับลดหนี้สาธารณะ และฟื้นฟูเงินสำรองเพื่อรับมือวิกฤตในอนาคต
- เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพราคา เสริมความมั่นคงของระบบการเงิน และผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการเติบโต
คณะกรรมการการเงินและการคลังระหว่างประเทศ (IMFC) เผยเศรษฐกิจโลกยังรับมือแรงกระแทกได้ดีกว่าคาด แต่ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับสูง ทั้งสงคราม ความตึงเครียดทางการค้า หนี้สาธารณะ และความผันผวนของตลาดการเงิน ย้ำเร่งฟื้นฟูฐานะการคลัง รักษาเสถียรภาพราคา เสริมความมั่นคงระบบการเงิน และผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน
IMFC ระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังแสดงความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ไม่อาจวางใจได้ว่า ความแข็งแกร่งดังกล่าวจะดำเนินต่อไป ท่ามกลางสงครามและความขัดแย้งที่สร้างความสูญเสียด้านมนุษยธรรมและก่อผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง รวมถึงความตึงเครียดทางการค้าและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มความไม่แน่นอนและแรงกดดันด้านราคา
ประเด็นดังกล่าวเป็นสาระสำคัญในแถลงการณ์ประธานการประชุมครั้งที่ 54 ของคณะกรรมการการเงินและการคลังระหว่างประเทศ (International Monetary and Financial Committee: IMFC) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย
สมาชิกเห็นพ้องว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้ค่อนข้างมีเสถียรภาพ แต่ความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของหลายประเทศลดลงแล้ว ขณะที่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจยังแตกต่างกัน และประเทศรายได้ต่ำกับรัฐเปราะบางมีความเสี่ยงที่จะยิ่งตามหลังประเทศอื่น
เตือนความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกยังโน้มไปด้านลบ
IMFC ระบุว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกยังโน้มไปในทิศทางขาลง หากความขัดแย้งและความตึงเครียดทางการค้ารุนแรงขึ้น อาจกระทบเส้นทางการค้าสำคัญ เพิ่มแรงกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พลังงานที่ผ่านการกลั่น ตลอดจนซ้ำเติมความไม่มั่นคงด้านพลังงานและอาหาร
อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีความสำคัญเชิงระบบปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับผลกระทบที่ส่งผ่านไปยังภาวะการเงินโลก ในช่วงที่หลายประเทศมีหนี้สาธารณะและความต้องการรีไฟแนนซ์ในระดับสูง ปัจจัยเหล่านี้อาจขยายความเปราะบางทางเศรษฐกิจและการเงินให้รุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงต่อเศรษฐกิจและระบบการเงิน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ภัยพิบัติและสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยขึ้น รวมถึงการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนเพิ่มความซับซ้อนในการดำเนินนโยบายของแต่ละประเทศ
เร่งแก้จุดเปราะบางการคลัง รักษาเสถียรภาพราคา
สมาชิก IMFC ยืนยันว่า การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและระบบการเงินยังเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยต้องดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกัน ควบคู่กับความร่วมมือพหุภาคี เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่เข้มแข็งและกระจายประโยชน์อย่างทั่วถึง
ด้านการคลัง ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเร่งจัดการความเปราะบางและเดินหน้าปรับฐานะการคลัง โดยมีกรอบนโยบายระยะกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลังและหนี้สาธารณะ ตลอดจนฟื้นฟูเงินสำรองรองรับวิกฤต ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางและการรักษาการลงทุนที่มีความสำคัญต่อผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สำหรับธนาคารกลาง สมาชิกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพราคาให้สอดคล้องกับพันธกิจของแต่ละแห่ง พร้อมปรับนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจและสื่อสารอย่างชัดเจน โดยความเป็นอิสระของธนาคารกลางยังเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของนโยบายและการยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อ
นอกจากนี้ จะติดตามและจัดการความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุน “Bangkok Blueprint” เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันภัยในบริการการเงินดิจิทัล เสริมความสามารถในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ และเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามการฉ้อโกงทางดิจิทัล
หนุนเอกชนใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ พร้อมรับมือความเสี่ยง
IMFC สนับสนุนการปฏิรูปเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ขณะเดียวกันต้องบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและทำให้ผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงกระจายไปสู่ประชาชนในวงกว้าง
สมาชิกยังย้ำความจำเป็นในการร่วมกันจัดการความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจโลกที่มากเกินไปและความตึงเครียดทางการค้า หลีกเลี่ยงนโยบายที่บิดเบือนกลไกตลาด และเสริมความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการปฏิรูปที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศและความร่วมมือพหุภาคี เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้างและเป็นธรรม
พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำความสำคัญของการไหลเวียนพลังงานที่มั่นคงและปลอดภัย รวมถึงการยึดมั่นในหลักเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก และยืนยันพันธกรณีด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกันเมื่อเดือนเมษายน 2564
ช่วยประเทศเปราะบาง แก้ปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบ
ในด้านหนี้สาธารณะ IMFC ระบุว่าจะสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ให้เดินหน้าปฏิรูปและแก้ไขความเปราะบางด้านหนี้ ผ่านนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่เหมาะสม การระดมทรัพยากรภายในประเทศ และการยกระดับธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประเทศรายได้ต่ำ ประเทศรายได้ปานกลางที่เปราะบาง รัฐที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็ก
สมาชิกยังมุ่งปรับปรุงกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงภายใต้กรอบ Common Framework โดยต่อยอดความคืบหน้าที่เกิดขึ้นและเดินหน้างานของเวที Global Sovereign Debt Roundtable เพื่อให้การปรับโครงสร้างหนี้มีความคาดการณ์ได้ ทันเวลา เป็นระเบียบ และประสานงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงเจ้าหนี้เอกชน เพิ่มความโปร่งใสด้านหนี้
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการช่วยเหลือประเทศที่มีหนี้ยั่งยืนและมีแผนปฏิรูปเพื่อกระตุ้นการเติบโตอย่างชัดเจน แต่เผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนระยะสั้น ด้วยการเร่งดำเนินการตามแนวทาง 3 เสาหลักของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) พร้อมขอบคุณสมาชิกที่ให้คำรับรองเพื่อสนับสนุนขีดความสามารถในการปล่อยสินเชื่ออย่างยั่งยืนของกองทุนเพื่อการลดความยากจนและการเติบโต (PRGT) และหวังให้สมาชิกที่เหลือดำเนินการโดยเร็ว
ปรับการทำงาน IMF เสริมทรัพยากรและธรรมาภิบาล
IMFC สนับสนุนวาระนโยบายระดับโลกของกรรมการผู้จัดการ IMF รวมถึงการทบทวนนโยบายที่ครอบคลุม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับติดตามเศรษฐกิจ การวิเคราะห์หนี้ การให้สินเชื่อ และการพัฒนาศักยภาพ โดยคาดหวังให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อสมาชิกทุกประเทศ
สมาชิกยังสนับสนุนการเชื่อมโยงงานพัฒนาศักยภาพเข้ากับการกำกับติดตามเศรษฐกิจและการให้สินเชื่อ เพื่อช่วยให้ประเทศสมาชิกระบุความเสี่ยง จัดการความไม่แน่นอน และดำเนินนโยบายที่เหมาะสม รวมถึงกรอบนโยบายที่น่าเชื่อถือเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและส่งเสริมการเติบโต พร้อมสนับสนุนการศึกษาของ IMF เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง
ขณะเดียวกัน IMFC ยืนยันการสนับสนุน IMF ที่เข้มแข็ง มีโควตาเป็นฐาน และมีทรัพยากรเพียงพอ เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของเครือข่ายความปลอดภัยทางการเงินโลก พร้อมเร่งให้ประเทศสมาชิกดำเนินกระบวนการอนุมัติภายในประเทศสำหรับการเพิ่มโควตาภายใต้การทบทวนโควตาทั่วไปครั้งที่ 16 (16th General Review of Quotas: GRQ) โดยไม่ล่าช้า และใช้หลักการชี้นำ Diriyah Guiding Principles เป็นแนวทางหารือการปฏิรูปโควตาและธรรมาภิบาลในอนาคต รวมถึงการทบทวนครั้งที่ 17
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการปรับปรุงการดำเนินงานของ IMF การยกระดับการบริหารความเสี่ยงองค์กร และการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงมาใช้ภายในองค์กรอย่างรอบคอบ พร้อมผลักดันการเพิ่มตัวแทนระดับภูมิภาคและผู้หญิงในตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงคณะกรรมการบริหารและตำแหน่งผู้นำ โดยการคัดเลือกบุคลากรต้องยึดหลักความสามารถเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ IMFC ขอบคุณรัฐบาลและประชาชนไทยที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี 2569 ณ กรุงเทพฯ พร้อมชื่นชมการนำของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในการดำเนินงานของคณะกรรมการ และต้อนรับการขยายวาระประธานของรัฐมนตรี Aljadaan ออกไปอีกหนึ่งปี โดยการประชุม IMFC ครั้งต่อไปคาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2570 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.







