thansettakij
thansettakij
'เอกนิติ' ชูไทย Trusted Connector ดูดลงทุน บนเวที IMF-WBG ถกทางรอดเศรษฐกิจโลก

'เอกนิติ'กางแผนปรับตัวยุคโลกแบ่งขั้ว ดูดลงทุน บนเวที IMF-World bank 2026

13 ต.ค. 69 | 08:45 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ต.ค. 69 | 09:14 น.

บนเวที IMF-WBG Annual Meetings 2026 ''เอกนิติ' ชูไทย Trusted Connector ดูดลงทุน ชี้ครึ่งแรกปีนี้ FDI พุ่ง 47% ฝั่ง IMF แนะเลิกกีดกันการค้า เพิ่มจีดีพีเอเชียได้อีก 1.8%

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง เสนอยุทธศาสตร์ "Trusted Connector" หรือ "ผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ" ในเวทีประชุม IMF-WBG เพื่อให้ไทยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างประเทศมหาอำนาจและประเทศขนาดเล็ก
  • ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่แบ่งขั้ว โดยครึ่งปีแรกของปีนี้ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศพุ่งขึ้นถึง 47%
  • ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของยุทธศาสตร์นี้คือการสร้างสะพานเชื่อมพลังงานสะอาดจากลาวผ่านไทยไปยังสิงคโปร์ และโครงการ "SkillBridge" เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงความต้องการของนักลงทุน
  • นอกจากนี้ยังรวมถึงการผลักดันกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) และการขยายข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับยุโรป เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมโยง

ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-WBG Annual Meetings 2026) ณ กรุงเทพมหานคร ในช่วงการจัดเสวนาพิเศษช่วง Thai Minister of Finance Flagship Event ในหัวข้อ "Building Resilience in a Fragmented World" เพื่อร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกท่ามกลางสภาวะการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการค้าและการเมือง 

โดยมีผู้นำองค์กรการเงินระดับสากลและผู้กำหนดนโยบายเข้าร่วม ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย ในฐานะเจ้าภาพจัดงาน, นางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), นายอัจเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และนางริกกา ปูร์รา (Rikka Purra) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฟินแลนด์

เปิดแผนปรับตัวยุคโลกแบ่งขั้ว ดูดการลงทุน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจและประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างพื้นฐาน จากเดิมที่มุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพสูงสุด เปลี่ยนมาเป็นความมั่นคงปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งส่งผลกระทบผ่าน 3 ช่องทางสำคัญ ได้แก่ ช่องทางการค้า ตลาดการเงิน และการลงทุน 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โดยในมิติด้านการค้านั้น การค้าเปรียบเสมือนน้ำที่ย่อมหาทางไหลผ่านกำแพงการค้าไปได้เสมอ ซึ่งไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ จากเดิมที่เคยนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางถึง 50% ได้ปรับตัวกระจายการนำเข้าจากแอฟริกาตะวันตกและลาตินอเมริกาในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา 

สำหรับตลาดการเงิน การรักษาวินัยทางการคลังเป็นเกราะป้องกันสำคัญ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นเพียง 0.6% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นถึง 1.20%  สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาด 

ส่วนมิติด้านการลงทุน ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการที่นักลงทุนกระจายความเสี่ยง ส่งผลให้ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในครึ่งแรกของปีนี้พุ่งขึ้นถึง 47% และการลงทุนภาคเอกชนเติบโตเกิน 10% ติดต่อกันสองไตรมาส

ชูยุทธศาสตร์ Trusted Connector

นายเอกนิติ ยังได้นำเสนอยุทธศาสตร์การเป็น "ผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ" (Trusted Connector) ของไทยและอาเซียน เพื่อเชื่อมประสานระหว่างประเทศมหาอำนาจและประเทศขนาดเล็ก ตัวอย่างเช่น การสร้างสะพานเชื่อมพลังงานสะอาดที่นำพลังงานน้ำจาก สปป.ลาว ส่งผ่านไทยและมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ 

พร้อมทั้งดำเนินนโยบายเปลี่ยนเงินทุนต่างชาติให้เป็นศักยภาพของคนในประเทศ  ผ่านโครงการ "SkillBridge" ที่เชื่อมโยงความต้องการของนักลงทุนต่างชาติเข้ากับระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัย รวมทั้งการเดินหน้ากรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) การขยายข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับยุโรป 

ทั้งนี้ ยังเน้นสร้างความไว้วางใจในระดับท้องถิ่นในประเทศ โดยนำผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือจาก 36-37 ชุมชนทั่วประเทศไทยมาใช้ตกแต่งห้องประชุมครั้งนี้ด้วย เพื่อกระจายรายได้และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานการเงินระดับโลกครั้งนี้

IMF มองโลกแบ่งขั้วฉุดจีดีพี 7%

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่า ผลการศึกษาของ IMF เคยประเมินว่าการแบ่งแยกเศรษฐกิจโลกอาจสร้างผลกระทบสูงถึง 7% ของ GDP โลก ซึ่งแม้ปัจจุบันผลกระทบยังไปไม่ถึงระดับดังกล่าว แต่ตัวเลขก็กำลังไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ 

Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

ทั้งนี้ มองว่า เสถียรภาพทางการเงินและการคลังคือเกราะป้องกันด่านแรกที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะประเทศที่มีภาระหนี้และยอดขาดดุลสูงท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยสูง 

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ทั่วโลกเลือกเส้นทางการกระจายความเสี่ยง แทนการปิดประเทศเพื่อพึ่งพาตนเอง โดยประเมินว่าหากมีการขจัดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในภูมิภาคเอเชีย จะช่วยเร่งการเติบโตของ GDP ได้เพิ่มเติมอีก 1.8% และแม้เศรษฐกิจโลกจะยืดหยุ่นได้ดีกว่าที่คาดจากความคล่องตัวของภาคเอกชน แต่ทุกฝ่ายจะต้องไม่ชะล่าใจอย่างเด็ดขาด

ธนาคารโลก ชี้ประเทศพัฒนาค้าขายร่วมกันมากขึ้น

นายอัจเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการค้าโลก ซึ่งปัจจุบันประเทศกำลังพัฒนาค้าขายระหว่างกันเองเพิ่มขึ้นอย่างมาก คิดเป็น 50% ของการค้าทั้งหมดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่การค้าภายในอาเซียนเองมีสัดส่วนสูงถึง 50-55%

นอกจากนี้ เงินทุนภาคเอกชนที่ไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ได้พุ่งสูงขึ้นเป็น 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา จากระดับ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อ 3 ปีก่อน 

Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก

นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมพร้อมสร้างงานให้กับคนรุ่นใหม่ในตลาดเกิดใหม่กว่า 1.2 พันล้านคนที่จะเติบโตเข้าสู่ตลาดแรงงานในอีก 12-15 ปีข้างหน้า ตลอดจนการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานสูงถึง 75% ทั่วโลก รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินพหุภาคี

ฟินแลนด์พร้อมร่วมมือเอเชียด้านพลังงานสะอาด

นางริกกา ปูร์รา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฟินแลนด์ ได้สะท้อนมุมมองในฐานะประเทศขนาดเล็กที่มีระบบเศรษฐกิจเปิดสูงว่า ประเทศขนาดเล็กสามารถปรับตัวได้ดีและไม่ได้อยู่ในฐานะเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงของการแข่งขันอุดหนุนอุตสาหกรรม ในยุโรปที่อาจบิดเบือนกลไกตลาดและสร้างความเสียเปรียบแก่ประเทศขนาดเล็ก โดยเสนอนโยบายการลดความเสี่ยงแบบเฉพาะเจาะจงในจุดคอขวดที่สำคัญ โดยไม่ปิดกั้นการค้าหรือสร้างความมั่นคงล้นเกิน 

Rikka Purra รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฟินแลนด์

ขณะเดียวกัน ได้ชูจุดแข็งของฟินแลนด์ที่มีต้นทุนราคาไฟฟ้าต่ำที่สุดในยุโรปจากการใช้พลังงานคาร์บอนต่ำถึง 95% และแสดงความพร้อมในการขยายความร่วมมือกับเอเชียด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยี ดิจิทัล และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อร่วมกันสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับสากลต่อไป