thansettakij
thansettakij
ไทยตั้งเป้าติด Top 10 ส่งออกอาหารโลก เร่งยกระดับฮาลาล-อาหารอนาคต เพิ่มมูลค่าสินค้า

ไทยตั้งเป้าติด Top 10 ส่งออกอาหารโลก เร่งยกระดับฮาลาล-อาหารอนาคต เพิ่มมูลค่าสินค้า

12 ต.ค. 69 | 00:11 น.

สศอ.เร่งเครื่องอาหารฮาลาล ใช้โรงงานต้นแบบลดเสี่ยงลงทุน ดัน SMEs ไทยบุกตลาดโลก หวังติด Top 10 ผู้ส่งออกอาหารโลก เร่งยกระดับอาหารอนาคต เพิ่มมูลค่าสินค้า

KEY

POINTS

  • รัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันประเทศไทยให้ติด 10 อันดับแรกของผู้ส่งออกอาหารโลกภายในปี พ.ศ. 2570
  • มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลและกลุ่มอาหารอนาคต เช่น อาหารเพื่อสุขภาพและอาหารฟังก์ชัน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
  • ส่งเสริมผู้ประกอบการโดยใช้โรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) เพื่อช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดความเสี่ยงในการลงทุน และสร้างความพร้อมสู่ตลาดสากล

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. มุ่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562–2570) โดยมีเป้าหมายผลิตภัณฑ์สินค้าอนาคต เช่น อาหารสุขภาพและอาหารฟังก์ชัน ผลิตภัณฑ์อาหารจากเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารฮาลาล อาหารใหม่ อาหารและวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารคุณภาพสูง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง มีคุณภาพมาตรฐาน และความปลอดภัยเพื่อการบริโภคในประเทศและส่งออก 

รวมถึงผลักดันการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร เพื่อนำไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค

สำหรับอาหารฮาลาล เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต โดย สศอ. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลกประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวของธุรกิจแปรรูปอาหารฮาลาลไปสู่การยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากล 

มุ่งยกระดับอาหารฮาลาล

โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐานฮาลาล ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารไทย จนสามารถผลิตสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพแต่ละภูมิภาคทั่วโลก และเป็นไปตามหลักการศาสนาอิสลามเพื่อส่งออกสู่ตลาดสากล

โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐานฮาลาล ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารไทย จนสามารถผลิตสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพแต่ละภูมิภาคทั่วโลก และเป็นไปตามหลักการศาสนาอิสลามเพื่อส่งออกสู่ตลาดสากล

ไทยตั้งเป้าติด Top 10 ส่งออกอาหารโลก เร่งยกระดับฮาลาล-อาหารอนาคต เพิ่มมูลค่าสินค้า

 

ใช้โรงงานต้นแบบลดเสี่ยงลงทุน

อย่างไรก็ดี ภายใต้การดำเนินโครงการดังกล่าว สศอ. ได้ร่วมกับสถาบันอาหาร (สอห.) ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีเครื่องจักรและเทคโนโลยีแปรรูปอาหารที่ครบวงจร สามารถพัฒนาสูตรจากห้องปฏิบัติการ (Lab Scale) ไปสู่การทดลองผลิตในระดับอุตสาหกรรม (Pilot Scale) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดจริง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนเครื่องจักรขนาดใหญ่

ซึ่งโรงงานต้นแบบของสถาบันอาหารมีความพร้อมด้านเครื่องจักรที่ครอบคลุมกระบวนการผลิตอาหาร ทั้งเทคโนโลยีการอบแห้งและแปรรูปผง รองรับการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารผงและอาหารแห้งด้วยเครื่อง เช่น Spray Dryer ,Freeze Dryer ,Vacuum Dryer และ Tray Dryer รวมถึงเทคโนโลยีแปรรูปอาหารพร้อมทานและอาหารพร้อมปรุง ด้วยเทคโนโลยี Retort เครื่อง Extruder สำหรับการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ และเครื่องทอดสูญญากาศ (Vacuum Fryer) สำหรับการผลิตขนมขบเคี้ยวสุขภาพที่ลดการอมน้ำมัน 

 

รวมถึงเทคโนโลยีถนอมอาหารและเบเกอรี่ ด้วยระบบ Air Blast Freezer ชุดเครื่องจักรเบเกอรี่ และระบบผลิตไอศกรีมทั้งแบบ Soft และ Hard Serve เพื่อตอบโจทย์เทรนด์อาหารในอนาคต

นอกจากนี้ โรงงานต้นแบบยังช่วยในการกำหนดพารามิเตอร์การผลิต (CPP) ที่แม่นยำ และการควบคุมคุณภาพ (CQA) ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารและข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ช่วยลดระยะเวลาและงบประมาณในการลงทุนด้านเทคโนโลยีในสายการผลิตจริง

“ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของโลก แต่สัดส่วนในการส่งออกอาหารฮาลาลยังอยู่ในวงจำกัด มีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพียง 2.1% เนื่องจากผู้ประกอบการขาดความพร้อมในหลายด้าน สศอ. จึงให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการ SMEs ของไทย โดยการพัฒนาสูตรจากห้องปฏิบัติการไปสู่การทดลองผลิต และการผลิตสินค้าในล็อตทดลองตลาดที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนเครื่องจักรขนาดใหญ่ รวมถึงลดระยะเวลาและงบประมาณในการลงทุนด้านเทคโนโลยีในสายการผลิตจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่อาหารอนาคตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง มีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่ต้องการของตลาด การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าและนำไปสู่รายได้ที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ของประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก ภายในปี พ.ศ. 2570

8 เดือนส่งออกอาหารไทย 1.01 ล้านล้าน

นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกอาหารไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569  มีมูลค่าส่งออก 1,014,195 ล้านบาท ลดลง 5.2% โดยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนด้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาตรการระงับการนำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้า ปัญหาผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน 

ไทยตั้งเป้าติด Top 10 ส่งออกอาหารโลก เร่งยกระดับฮาลาล-อาหารอนาคต เพิ่มมูลค่าสินค้า

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปีเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยเดือนสิงหาคม 2569 การส่งออกอาหารมีมูลค่า 128,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% โดยพบว่า 10 จาก 15 สินค้าหลักส่งออกเพิ่มสูงขึ้น สถาบันอาหารประเมินว่า การส่งออกอาหารไทยในช่วง 4 เดือนสุดท้ายมีโอกาสกลับมาขยายตัวเป็นบวก จากคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเทศกาลปลายปี และค่าเงินบาทที่ยังเอื้อต่อการแข่งขัน รวมถึงปรับประมาณการส่งออกอาหารไทยทั้งปี 2569 เป็น 1.5 ล้านล้านบาท หดตัวเพียง 0.75 จากประมาณการเดิมที่ 1.4 ล้านล้านบาท หดตัว 7.2%

สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการผ่านการศึกษาตลาดอาหารฮาลาลที่มีศักยภาพ การยกระดับมาตรฐานฮาลาล การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล และการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทยในตลาดสากล

ขณะที่โครงการ IU ฮาลาล สถาบันอาหารดำเนินงานร่วมกับ สศอ. และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในการพัฒนาข้อมูลเชิงลึกด้านอุตสาหกรรมฮาลาล ครอบคลุม 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหาร แฟชั่น เครื่องสำอาง และยาและสมุนไพร รวมถึงอีก 1 สาขาบริการท่องเที่ยวฮาลาล เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์สถานการณ์และวางแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของไทยให้สอดรับกับแนวโน้มและโอกาสในตลาดโลก

ด้านโครงการ IU อาหาร สถาบันอาหารได้พัฒนาฐานข้อมูลการค้าอาหารไทยในรูปแบบ Dashboard โดยใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการและประมวลผลข้อมูล ให้เข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมทั้งสินค้าและตลาด สามารถติดตามข้อมูลรายเดือน เจาะลึกถึงระดับพิกัดศุลกากร 6 หลัก (HS Code) และวิเคราะห์ตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางต่อยอดสู่การแสดง ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ของประเทศคู่แข่ง เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์การแข่งขันและวางกลยุทธ์การส่งออกอาหารไทยได้แม่นยำยิ่งขึ้น