
MPI มิ.ย.หดตัว 3.10% สศอ.ชี้รถยนต์-โรงกลั่นฉุดอุตสาหกรรมไทย
สศอ.เร่งยกเครื่องดัชนีอุตสาหกรรม สะท้อนศักยภาพเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ พร้อมเผย MPI มิ.ย.หดตัว 3.10% ชี้รถยนต์-โรงกลั่นฉุดอุตสาหกรรมไทย
KEY
POINTS
- ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิถุนายน 2569 หดตัว 3.10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 57.61%
- สศอ. ชี้ว่าปัจจัยหลักที่ฉุดดัชนีคือการหดตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ (-12.59%) และการกลั่นปิโตรเลียม (-7.97%)
- การหดตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นผลจากตลาดในประเทศที่ชะลอตัวจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด ขณะที่อุตสาหกรรมโรงกลั่นชะลอการผลิตเนื่องจากมีสินค้าคงคลังจำนวนมาก
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.จะเร่งดำเนินการปรับปรุงดัชนีอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมรองรับนโยบายและการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศสู่อนาคต
สำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 94.99 หดตัว 3.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 57.61% เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหดตัว ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งมีความผันผวน
ผลผลิตอุตฯไตรมาส 2 หดตัว 1.79%
โดยภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 95.96 หดตัว 1.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 57.47% อย่างไรก็ตาม ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2569 ยังมีแรงสนับสนุนสำคัญจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็น เช่น น้ำตาล ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สบู่ และเครื่องสำอาง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและลดค่าครองชีพของภาครัฐภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว
รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปที่เติบโตตามวิถีชีวิตของสังคมเมืองซึ่งช่วยสนับสนุนภาคการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ขณะที่เดือนมิถุนายนมีเทศกาลฟุตบอลโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมสิ่งทอได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อเสื้อผ้ากีฬามากขึ้น
ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 ส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น แม้ว่าในเดือนกรกฎาคม 2569 สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้งส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และการค้าระหว่างประเทศ แต่คาดว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยภายในประเทศซึ่งยังมีผลดีของโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ด้านปัจจัยต่างประเทศ ส่งสัญญาณเฝ้าระวังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อและความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เติบโตต่อเนื่อง
“หากสถานการณ์ความขัดแย้งขยายวงกว้างจนส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งสินค้า ต้นทุนโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรมไทย ดังนั้น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการควรเร่งบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยกระจายแหล่งวัตถุดิบและตลาดส่งออก ลดการพึ่งพาประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง พร้อมบริหารต้นทุนผ่านการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานชีวมวล รวมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อลดต้นทุนและการสูญเสียวัตถุดิบ ตลอดจนพัฒนาทักษะแรงงาน ขณะที่ในระยะกลางถึงระยะยาว ควรปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและพลังงาน ส่งเสริมการใช้ Local Content และผลักดัน Made in Thailand เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว”
อุตฯส่งผลบวก-ลบต่อดัชนีผลผลิตเดือน มิ.ย. 69
สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย
- เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน ขยายตัว 22.35% จากโซดาไฟและคลอรีนเป็นหลัก ตามความต้องการใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ปิโตรเคมี การบำบัดน้ำเสีย และสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
- อาหารสัตว์สำเร็จรูป ขยายตัว 10.73% จากอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปเป็นหลัก ตามความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดส่งออกที่มีอย่างต่อเนื่อง
- น้ำตาล ขยายตัว 19.83% จากการที่โรงงานเร่งแปรรูปน้ำตาลทรายดิบเป็นน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์เพื่อส่งมอบตามสัญญา
ด้านอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย
- ยานยนต์ หดตัว12.59% จากรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ รถบรรทุกปิคอัพ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก และรถยนต์นั่งไฮบริดขนาดเล็ก เป็นหลัก ตามการหดตัวของตลาดในประเทศ จากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ
- ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัว 7.97% จากน้ำมันดีเซลหมุนเร็วและน้ำมันเบนซิน เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตชะลอการผลิตหลังมีสินค้าในสต๊อกจำนวนมาก
- น้ำมันปาล์ม หดตัว 33.24% จากน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เป็นหลัก ตามปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดลดลง







