
GULF ชี้ Data Center ถนนสู่เมืองดิจิทัล เตือนกฎเข้ม-ค่าไฟแพงเงินทุนไหลไปคู่แข่ง
GULF ชี้ Data Center คือถนนสู่เมืองดิจิทัล พร้อมเตือนรัฐกฎเข้ม-ค่าไฟแพงดันเงินลงทุนหนีไปหามาเลเซีย เวียดนาม ใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ 2.5–3.5 เท่า พลิกเกมเศรษฐกิจไทย
KEY
POINTS
- GULF ชี้ว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เปรียบเสมือนถนนสู่เมืองดิจิทัล ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี AI
- เตือนว่าหากภาครัฐตั้งกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดซับซ้อนและคิดค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงเกินไป จะทำให้เงินลงทุนขนาดใหญ่ไหลไปยังประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
- การพัฒนา Data Center เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ 5 ชั้นของ GULF ในอุตสาหกรรม AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและผลักดันการเติบโตของ GDP ประเทศ
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บริษัท กัลฟื ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงาน Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond The Trap ซึ่งจัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย มีประชากรเกิดน้อยกว่าผู้เสียชีวิต และแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนัั้น สมการการเติบโตของจีดีพี (GDP) ในยุคใหม่จึงเท่ากับจำนวนแรงงาน x ประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity)
ดังนั้น ทางรอดเดียวของประเทศคือการเพิ่มผลผลิตผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) หากลดคนทำงานจาก 10 คนเหลือ 5 คน แต่เพิ่มประสิทธิภาพได้ 2.5–3.5 เท่า GDP ของประเทศจะกลับมาเติบโตได้สูงมาก
ยุทธศาสตร์ 5 ชั้นอุตฯ AI
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยต้องเร่งนำ AI มาใช้งาน และต้องกักเก็บห่วงโซ่คุณค่าของ AI (Capture Value Chain) ให้อยู่ในประเทศ โดย GULF วางยุทธศาสตร์เข้าครอบคลุมทั้ง 5 ชั้นของอุตสาหกรรม AI ได้แก่
- พลังงาน (Energy)
- Data Center
- โครงสร้างพื้นฐานประมวลผล (Infrastructure/GPU)
- แบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model : LLM)
- บริการแอปพลิเคชันดิจิทัล (Digital Services & Applications) เพื่อไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศจากการซื้อบริการดิจิทัลต่างชาติ
“เป้าหมายระยะยาวคือความมุ่งมั่นพัฒนาองค์ประกอบในทุกชั้นของอุตสาหกรรม AI เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย”
การที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ศูนย์กลางพลังงาน LNG, Digital Economy และการใช้งานเทคโนโลยี AI อย่างเต็มตัวนั้น ต้องเริ่มต้นจากการยอมรับว่าพลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สุดของทุกระบบ การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ราคาพลังงานจะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
โดยไม่บิดเบือนกลไกตลาดด้วยการอุดหนุนถ้วนหน้า อย่างที่เคยมีประสบการณ์การทำงานในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งราคาน้ำมันถูกอุดหนุนจนเหลือเพียงลิตรละประมาณ 20 บาท ส่งผลให้ประชาชนยังคงใช้รถยนต์เครื่องยนต์เก่าที่สิ้นเปลืองน้ำมัน ราว 5-6 กิโลเมตร/ลิตร โดยไม่มีแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
หากราคาน้ำมันที่แท้จริง ไม่มีการอุดหนุนชดเชยจากภาครัฐ อาจสูงถึงลิตรละ 50-60 บาทขึ้นไป แต่ราคาหน้าปั๊มที่เห็นประมาณ 40 กว่าบาท เกิดจากการที่ภาครัฐช่วยแบกรับภาระเอาไว้
เมื่อราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ประชาชนและภาคธุรกิจจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ ทั้งการประหยัดพลังงานมากขึ้น และเลือกใช้เฉพาะเวลาที่จำเป็น หรือหันมาเลือกใช้รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ไฮบริดมากขึ้น มีการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปที่บ้าน เพื่อชาร์จรถ EV เอง แทนการพึ่งพาน้ำมันที่มีราคาสูงถึงลิตรละ 60-70 บาท ส่งผลให้การนำเข้าพลังงานของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุด
การอุดหนุนราคาแบบตรึงเพดานผลิตภัณฑ์ เช่น ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ทำให้ผู้ที่ขับรถราคาสูงหรือรถหรู เช่น รถยนต์ยุโรป หรือ Benz เครื่องยนต์ดีเซล ได้รับเงินอุดหนุนไปด้วย ซึ่งไม่มีความจำเป็น และยิ่งทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้เปลี่ยนช้าลง รัฐไม่ได้มีงบประมาณไม่จำกัด หากสงครามหรือวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
ปัจจุบันลากยาวมาครึ่งปี การอุดหนุนถ้วนหน้าจะกลายเป็นภาระหนี้สินที่ประชาชนต้องจ่ายคืนในอนาคต แม้ภาครัฐจะพยายามเกลี่ยราคาเพื่อไม่ให้ผันผวน แต่จะทำให้พฤติกรรมประชาชนเปลี่ยนช้าลง เพราะไม่ได้รับรู้ถึงต้นทุนจริง ดังนั้นควรปรับจากการอุดหนุนที่ตัวผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนมาเป็นการอุดหนุนเฉพาะ บุคคลหรือกลุ่มที่จำเป็นจริง และอุดหนุนเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนประเทศ
Data Center ถนนสู่เมืองใหม่
นายสมิทธ์ กล่าวอีกว่า Data Center คือ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หรือเปรียบเสมือนถนนที่สร้างไปสู่เมืองใหม่ (Roads to Digital City) ที่สร้างนำไปสู่เมืองใหม่ หากไม่มี Data Center ก็จะไม่เกิดการจ้างงานดิจิทัล เช่น โปรแกรมเมอร์ หรือ AI Engineer
นอกจานี้ ภาครัฐต้องไม่ตื่นตระหนกกับข่าวต่างประเทศเรื่อง Data Center แย่งน้ำแย่งไฟ เช่น กรณีทะเลทรายเนวาดา เพราะประเทศไทยมีความพร้อมทั้งน้ำและไฟ หากไทยตั้งเงื่อนไขยุ่งยาก คิดค่าไฟแพง หรือนำมาตรฐานยุโรปมาบังคับใช้เร็วเกินไป เงินลงทุนมหาศาลจะไหลไปประเทศคู่แข่ง เช่น มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และอินเดียทันที







