thansettakij
thansettakij
ปตท.ชี้โจทย์ใหญ่ไทยพ้นกับดักเศรษฐกิจ ดัน AI-ชิป-LNG-CCS ปั้นบริษัทไทยบุกต่างประเทศ

ปตท.ชี้โจทย์ใหญ่ไทยพ้นกับดักเศรษฐกิจ ดัน AI-ชิป-LNG-CCS ปั้นบริษัทไทยบุกต่างประเทศ

08 ต.ค. 69 | 09:44 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ต.ค. 69 | 09:44 น.

ปตท.ชี้ทางรอดเศรษฐกิจไทย ลุ้น GDP โตเกิน 5% หากเกิดคลื่นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ แนะดัน AI-ชิป-LNG-CCS ปั้นบริษัทไทยบุกต่างประเทศ

KEY

POINTS

  • ปตท. ชี้ว่าไทยต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น AI, Data Center และเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อขับเคลื่อน GDP ให้เติบโตเกิน 5%
  • เสนอให้ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า LNG ของอาเซียน และพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ
  • สนับสนุนให้บริษัทไทยขยายธุรกิจไปต่างประเทศเพื่อนำรายได้กลับเข้าประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรให้รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่

ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในในงาน Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond The Trap ซึ่งจัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ว่า ประเทศไทยมีโอกาสที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี (GDP) โตเกิน 5% หากเกิดคลื่นของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ดัน AI-Data Center-Semiconductor

โดยอุตสาหกรรมเดิมที่ทำมา 30-40 ปี เช่น รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มโตยากขึ้น จึงต้องสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem)  และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ,ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor)

ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานไฟฟ้า แต่น้ำมันยังไม่ถึงจุดสูงสุด (Peak) และยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเกือบ 100% โดยก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) เป็นพลังงานช่วงเปลี่ยนผ่านที่คุ้มค่าที่สุด จึงควรใช้ประโยชน์ให้ยาวที่สุดจนถึงช่วงเปลี่ยนผ่านใหญ่ หรือประมาณปี 2040

ปตท.ชี้โจทย์ใหญ่ไทยพ้นกับดักเศรษฐกิจ ดัน AI-ชิป-LNG-CCS ปั้นบริษัทไทยบุกต่างประเทศ

 

ทั้งนี้ ปตท. ได้มีการดำเนินการร่วมกับ กัลฟ์ (GULF) ลงทุนพัฒนา LNG Terminal แห่งที่ 3 ซึ่งเมื่อรวมกับ Terminal 1 และ 2 จะดันศักยภาพการรองรับก๊าซ LNG เพิ่มเป็น 26.5 ล้านตัน และขยายได้ถึง 32 ล้านตัน ซึ่งจะยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้า (Trading Hub) ด้านก๊าซ LNG ของอาเซียน แบบเดียวกับที่สิงคโปร์เป็น Hub ด้านน้ำมัน

สำหรับการบริหารจัดการการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออหไซด์ (Decarbonization) และ Net Zeroนั้น ยุโรปเสียต้นทุนไป 1–1.5% ของ GDP เพื่อลดคาร์บอน สำหรับไทยที่ GDP โตประมาณ 2% หากเร่งลดคาร์บอนเร็วเกินไปจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จึงต้องวางแผนเรื่องของระยะเวลา (Timing) และความเร็ว (Speed) ให้เหมาะสม 

นอกจากนี้ การเพิ่มพลังงานหมุนเวียน (Solar) ต้องอาศัยการลงทุนในระบบแบตเตอรี่และการทำให้ระบบสายส่งมีความทันสมัย (Modernize) ซึ่งต้องใช้วงเงินมหาศาลหลายแสนล้านบาท

เลือกอุตฯเป้าหมายที่เด่นชัด

ด้านข้อเสนอ New Horizon และอุตสาหกรรม Carbon Capture & Storage (CCS) นั้น จะต้องเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เด่นชัด ทั้งจุดแข็งเดิม เช่น อาหาร ,ท่องเที่ยว ,การบริการสุขภาพ (Healthcare) และอุตสาหกรรมใหม่ เช่น AI และ Data Center รวมถึงส่งเสริมบริษัทไทยให้ไปเติบโตที่ต่างประเทศเพื่อนำรายได้กลับเข้าประเทศ (National Income)

อีกทั้งควรเร่งพัฒนาทักษะคน (Human Capability) ให้ใช้ AI Agent ได้อย่างคุ้มค่า รวมถึงเร่งสำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ เจรจาพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศเพื่อนบ้าน และผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ CCS ในอ่าวไทยตอนบน เพื่อกักเก็บคาร์บอนจากภาคอุตสาหกรรมหนักในประเทศ และรับจ้างกักเก็บคาร์บอนให้ต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น สร้างรายได้ใหม่เข้าประเทศ