
คลังรีดภาษี 11 เดือน 2.6 ล้านล้าน กู้ชดเชยขาดดุลทะลุ 8 แสนล้าน
คลังจัดเก็บรายได้ 11 เดือนรวม 2.60 ล้านล้าน สรรพากรนำโด่งรีดภาษีทะลุเป้า 7.7 หมื่นล้าน ด้านฐานะคงคลัง สิ้นส.ค. อยู่ที่ 3.67 แสนล้าน กู้ชดเชยขาดดุลพุ่ง 8 แสนล้าน
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังจัดเก็บรายได้สุทธิ 11 เดือน (ต.ค. 68 - ส.ค. 69) ได้ 2.6 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีก่อนหน้าและสูงกว่าประมาณการ
- รายได้ที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักมาจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่สูงขึ้นตามการใช้จ่ายของประชาชน และเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจ
- รัฐบาลมีการเบิกจ่ายงบประมาณสูงกว่ารายรับ ทำให้ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลเป็นจำนวน 810,488 ล้านบาท
25 กันยายน 2569 กระทรวงการคลัง รายงานผลการจัดเก็บรายได้ในช่วง 11 เดือน (ต.ค.2568-ส.ค.2569) ของปีงบประมาณ 2569 ว่า กระทรวงการคลัง สามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ 2.60 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 99,873 ล้านบาท หรือ 4% แต่สูงกว่าเอกสารงบประมาณเพียงเล็กน้อย 2.3% หรือ 57,498 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่ม เนื่องจากประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
อีกทั้งกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง จ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมจากกำไรสะสมและรัฐวิสาหกิจบางแห่งมีการจ่ายเงินปันผลสูง กว่าที่ประมาณการไว้ เนื่องจากผลประกอบการที่ดีขึ้น รวมถึงมีการนำเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดทุน
ขณะเดียวกัน ในปีนี้กระบวนการคืนภาษีสรรพากร ทำได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับผู้เสียภาษี 36,274 ล้านบาท 10.2% ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ
สำหรับหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีได้มากสุดเป็นประจำ คือ
- กรมสรรพากร จัดเก็บได้ 2.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 144,373 ล้านบาท สูงกว่าเอกสารงบประมาณ 77,236 ล้านบาท
- กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้ 518,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 29,104 ล้านบาท แต่ต่ำกว่าเอกสารงบประมาณ 11,808 ล้านบาท
- กรมศุลกากร จัดเก็บได้ 106,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,506 ล้านบาท แต่ต่ำกว่าเอกสารงบประมาณ 6,249 ล้านบาท
ส่วนกระแสเงินสดในช่วง 11 เดือน รัฐบาลนำรายได้ส่งคลังทั้งสิ้น 2.56 ล้านล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3.64 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุล 810,488 ล้านบาท ส่งผลให้คงคลัง ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2569 วงเงิน 367,332 ล้านบาท







