
สรรพสามิตยันรื้อภาษีบาป 2% ส่งเข้าคลังตรง ไม่เอื้อเอกชน
สรรพสามิตเตรียมปรับโครงสร้าง “ภาษีบาป” ยกเลิกจัดสรรเงินภาษีส่วนเพิ่ม 2% ให้ 4 หน่วยงาน ส่งเงินเข้าคลังตรง ย้ำไม่เอื้อเอกชน ไม่ใช่การลดภาษี เอกชนยังจ่ายในอัตราเดิม
KEY
POINTS
- กรมสรรพสามิตเสนอปรับโครงสร้างภาษีบาป 2% โดยยกเลิกการจัดสรรเงินให้กองทุนต่างๆ และนำเงินส่งเข้าคลังโดยตรง
- ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่การลดภาษีเพื่อเอื้อประโยชน์เอกชน โดยผู้ประกอบการยังคงต้องเสียภาษีในอัตราเท่าเดิม
- องค์กรที่เคยได้รับเงินส่วนนี้ เช่น สสส. และไทยพีบีเอส จะต้องเปลี่ยนไปขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ
- การปรับโครงสร้างเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลเพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลังและลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงข้อเสนอการปรับโครงสร้างจัดเก็บภาษีบาปสรรพสามิต โดยให้ยกเลิกการจัดสรรเงินภาษีส่วนเพิ่ม 2% ส่งเข้ากองทุนต่างๆ และไทยพีบีเอส โดยตรง ว่า ไม่ใช่การลดภาษีสรรพสามิตเพื่อเอื้อภาคเอกชน โดยผู้ประกอบการที่เคยเสียภาษีนี้ จะยังต้องเสียภาษีอยู่ในอัตราเดิม โดยกรมจะแก้กฎหมายเพื่อให้นำภาษีส่วนนี้ 2% นำเงินส่งเข้าสู่คลังแผ่นดินโดยตรงแทน
ทั้งนี้ หากยกเลิกภาษีส่วนเพิ่ม 2% ทางรัฐบาลจะต้องเสนอร่างกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เพื่อจะเพิ่มอัตราภาษีเข้าไปให้กับสินค้าบาปกลุ่มนี้ แปรสภาพให้ภาษี ส่วนเพิ่มเป็นภาษีสรรพสามิตปกติไป ฉะนั้น ผู้ประกอบการยังต้องเสียภาษีในอัตราเท่าเดิมกับที่ปัจจุบันเสียอยู่
“การปรับเปลี่ยนโครงสร้างดังกล่าว ดำเนินการตามนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 ในข้อ 22.3 ที่กำหนดให้จัดทำกฎหมายนำภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคมกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง”
นอกจากนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตศึกษาเตรียมความพร้อมไว้แล้ว
โดยเห็นว่าแนวทางการยกเลิกเงินส่งเข้ากองทุนแล้วปรับอัตราภาษีปกติเข้าคลัง มีความเหมาะสมกว่าการให้กองทุนรับเงินก่อนแล้วค่อยส่งคืนคลัง เนื่องจากช่วยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนจากการปรับเปลี่ยนทิศทางเงินรายได้เข้าคลังแผ่นดิน
ทั้งนี้ โครงสร้างใหม่จะส่งผลให้หน่วยงานและกองทุนเดิมทั้ง 4 แห่งที่เคยได้รับเงินภาษีบาปนอกระบบงบประมาณ ได้แก่
- องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทย พีบีเอส
- กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
- กองทุนผู้สูงอายุ
- กองทุนพัฒนาการกีฬา
จะต้องเปลี่ยนเข้าสู่กระบวนการยื่นขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เช่นเดียวกับหน่วยงานราชการอื่น






