thansettakij
thansettakij
ธปท.จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ กระทบ GDP 0.03-0.1%  ห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง

ธปท.จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ กระทบ GDP 0.03-0.1% ห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง

30 ก.ย. 69 | 11:16 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 69 | 11:16 น.

ธปท.จับตาน้ำท่วมปี 2569 กระทบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคบริการ เบื้องต้น GDP อาจกระทบ 0.03-0.1% หากน้ำท่วมยืดเยื้อ พร้อมมั่นใจพื้นที่จัดประชุม IMF-World Bank 2026 รัศมี 5 กม. ยังรับมือได้

KEY

POINTS

  • ธปท. ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ราว 0.03-0.1% และอาจมากกว่านี้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
  • ผลกระทบเบื้องต้นเกิดกับภาคบริการเป็นหลัก เช่น การขนส่ง ค้าปลีก-ค้าส่ง และการก่อสร้างที่ต้องหยุดชะงัก
  • ธปท. มีความกังวลว่าหนี้ครัวเรือนอาจเพิ่มสูงขึ้นหลังน้ำลด เนื่องจากประชาชนต้องมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

ธปท.ประเมินผลกระทบน้ำท่วมปี 2569 ยังไม่ชัดเจน เหตุสถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด เบื้องต้นกระทบภาคบริการ ทั้งขนส่ง ค้าปลีก-ค้าส่ง และก่อสร้าง ขณะที่ภาคผลิตยังไม่เสียหายวงกว้าง คาดหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบ GDP มากกว่า 0.03-0.1% พร้อมจับตาหนี้ครัวเรือนหลังประชาชนเร่งซ่อมแซมบ้าน ด้าน IMF-World Bank 2026 ธปท.มั่นใจพื้นที่จัดประชุมและรัศมี 5 กม. ยังรับมือได้

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัดว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในเบื้องต้นอยู่ที่ ภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง การกระจายสินค้า ร้านค้าปลีกและค้าส่ง รวมถึงพื้นที่โครงการก่อสร้างที่ต้องหยุดชะงักชั่วคราว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบในวงจำกัด แต่หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอาจขยายวงกระทบไปยังภาคส่วนอื่นได้

ส่วนภาคการผลิต ขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายเป็นวงกว้างต่อโรงงานอุตสาหกรรม แต่ ธปท.จะติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อ

ลุ้นผลกระทบ GDP หากน้ำท่วมยืดเยื้อ

สำหรับผลกระทบต่อ GDP ปี 2569 นั้น น.ส.ชญาวดีระบุว่า จำเป็นต้องประเมินในภาพรวม เนื่องจากการที่ GDP จะต่ำหรือสูงกว่าประมาณการไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมเพียงปัจจัยเดียว โดยในส่วนความเสียหายต่อทรัพย์สินนั้นสามารถประเมินได้ แต่ยังต้องติดตามผลในช่วงการซ่อมแซมและก่อสร้าง ซึ่งอาจเข้ามาชดเชยผลกระทบบางส่วน

เบื้องต้นมีการประเมินว่าผลกระทบจากน้ำท่วมอาจอยู่ที่ประมาณ 0.03-0.1% ของ GDP แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ผลกระทบอาจมากกว่าระดับดังกล่าวได้ จึงยังไม่สามารถสรุปตัวเลขได้อย่างชัดเจนในขณะนี้

จับตาหนี้ครัวเรือน หลังน้ำลดเร่งซ่อมบ้าน

อีกประเด็นที่ ธปท.ติดตามคือพฤติกรรมการบริโภคของครัวเรือน โดยสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ประชาชนมีการซื้อและกักตุนสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริโภคในระยะสั้นปรับตัวเพิ่มขึ้น

หลังสถานการณ์น้ำลดลง สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือการซ่อมแซมบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อระดับหนี้สินของครัวเรือนในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ธปท.ได้กำชับให้สถาบันการเงินเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมรวบรวมมาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน 16 แห่งไว้บนเว็บไซต์ ธปท. แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) 6 แห่ง

มาตรการช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการลดภาระหนี้เดิม เช่น พักชำระเงินต้น พักชำระดอกเบี้ย ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ และลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงมาตรการเติมสภาพคล่อง เช่น สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อเติมเงินสำหรับผู้ประกอบการ SMEs

ธปท.มั่นใจน้ำไม่กระทบประชุม IMF-World Bank 2026

สำหรับการประชุม IMF-World Bank 2026 ซึ่งประเทศไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 นั้น ธปท.ได้จัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว

จากการประเมินเบื้องต้น หากสามารถบริหารจัดการน้ำเหนือได้ และไม่มีฝนตกลงมาในปริมาณมากเกินไป พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเฉพาะบริเวณจัดประชุมและพื้นที่โดยรอบในรัศมี 5 กิโลเมตร ยังไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการจัดประชุม

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุม โดย ธปท.เห็นว่าควรสื่อสารให้ชัดเจนว่าพื้นที่จัดประชุมและบริเวณโดยรอบรัศมี 5 กิโลเมตร ยังไม่ได้รับผลกระทบ และมีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว

เศรษฐกิจไทย ส.ค.ทรงตัว ส่งออก-ลงทุนเอกชนยังเป็นแรงส่ง

น.ส.ชญาวดียังเปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนสิงหาคม 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ต่างประเทศทรงตัวตามการส่งออกสินค้า แม้การส่งออกโดยรวมยังอยู่ในระดับสูงจากแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก ขณะที่รายรับจากภาคการท่องเที่ยวทรงตัวจากเดือนก่อน

ธปท.จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ กระทบ GDP 0.03-0.1%  ห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง

ด้านอุปสงค์ในประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการใช้จ่ายในหมวดบริการและสินค้าคงทน ส่วนด้านอุปทานปรับลดลงจากทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรมภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต

ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามการเบิกจ่ายของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามราคาอาหารสดที่สูงขึ้นจากผลผลิตลดลงจากสภาพอากาศแปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามการทยอยส่งผ่านต้นทุน โดยเฉพาะหมวดอาหารสำเร็จรูป

ธปท.ชี้เศรษฐกิจฟื้น แต่ยังไม่ทั่วถึง

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยระยะต่อไป ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยแรงส่งสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์และ AI ของโลก

ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือนมีแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ รวมถึงแนวโน้มรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและราคาสินค้าเกษตร

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI โลก พัฒนาการของสงครามและนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ผลของมาตรการภาครัฐต่อการบริโภคและการลงทุน ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและเอลนีโญ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว