thansettakij
thansettakij
ธปท.ชี้ดอกเบี้ยนโยบายไทยเหมาะสม ไม่กังวลเงินทุนไหลออก

ธปท.ชี้ดอกเบี้ยนโยบายไทยเหมาะสม ไม่กังวลเงินทุนไหลออก

18 ก.ย. 69 | 10:40 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ย. 69 | 10:45 น.

ธปท.ชี้ตลาดรับรู้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯล่วงหน้าแล้ว ประเมินดอกเบี้ยนโยบายไทยเหมาะสมตามเศรษฐกิจ ไม่กังวลเงินทุนไหลออก

KEY

POINTS

  • ธปท. ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวต่ำกว่าศักยภาพ
  • ไม่กังวลเรื่องเงินทุนไหลออกรุนแรง เนื่องจากไทยมีเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่งและมีเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง
  • ตลาดได้รับรู้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯ ไปแล้ว ทำให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ และตั้งแต่ต้นปียังคงมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิในสินทรัพย์ไทย

18 กันยายน 2569 นายสุรัช แทนบุญ ผู้อํานวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมค่าเงินบาทเคลื่อนไหวตามการเปลี่ยนแปลงตามสกุลเงินดอลลาร์เป็นสำคัญซึ่งขึ้นกับปัจจัยพัฒนาการเศรษฐกิจโลก การดำเนินนโยบายการเงินของกลุ่มประเทศหลักและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ขณะที่แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯ นั้น มองว่า ตลาดได้รับรู้และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วสะท้อนจากเงินบาทที่เคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับกรณีของญี่ปุ่นล่าสุด แม้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปที่ 1.25% ซึ่งไม่ได้ห่างจากไทยอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับมติผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ออกมา 7 : 2 ไม่เป็นเอกฉันท์ชัดเจนทำให้ตลาดปรับลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัด ๆ ไป  

ทั้งนี้ ธปท. ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ระดับปัจจุบันเหมาะสมกับบริบทไทย โดยการดำเนินนโยบายการเงินจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มไปข้างหน้า (outlook dependent) ซึ่งหากพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทานและมีแนวโน้มลดลงในปี 2570 ดังนั้น นโยบายการเงินจึงสามารถอยู่ในระดับผ่อนคลายควบคู่ไปกับการผสมผสานนโยบายหลายด้านเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

  นายสุรัช แทนบุญ ผู้อํานวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ขณะเดียวกันเสถียรภาพภายนอกของไทยยังแข็งแกร่งและมีกันชน (buffer) สะท้อนจากเงินสำรองระหว่างประเทศสุทธิกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล และครอบคลุมหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 2.8 เท่า 

ดังนั้น ความเสี่ยงที่จะเกิดการเงินทุนไหลออกรุนแรงจึงยังอยู่ในวงจำกัดโดยแม้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะมีเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกจากประเทศไทยบ้าง แต่การไหลออกอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ธปท.จึงไม่ได้กังวลเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้าย

โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2569 เงินทุนเคลื่อนย้ายยังคงไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์ไทยสุทธิประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เป็นการไหลเข้าตลาดหุ้นเป็นสำคัญ รวมทั้งตลาดพันธบัตร