thansettakij
thansettakij
เปิด 4 ปมร้อนรื้อชุมชนคลองเตย ประชาธิปัตย์จี้รัฐหยุดสรุปเอง ฟังเสียงชาวบ้าน

เปิด 4 ปมร้อนรื้อชุมชนคลองเตย ประชาธิปัตย์จี้รัฐหยุดสรุปเอง ฟังเสียงชาวบ้าน

20 ก.ย. 69 | 06:03 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ย. 69 | 06:03 น.

ประชาธิปัตย์จี้รัฐแจง 4 ปม ค้านรื้อ 26 ชุมชนคลองเตย ชงเปิดเวทีฟังเสียงชาวบ้าน ชี้รัฐหยุดสรุปเอง ชูกรุงเทพฯ ต้องการบ้านราคาถูก-พื้นที่สาธารณะ

KEY

POINTS

  • พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดสรุปเองว่าชาวชุมชนคลองเตย 26 ชุมชน ยินยอมย้ายออกจากการเคหะ
  • ชี้ว่าการประชุมที่รัฐบาลอ้างเป็นการประชุมแบบปิดที่กีดกันชาวบ้านตัวจริง และเรียกร้องให้เปิดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังเสียงประชาชนอย่างแท้จริง
  • ตั้งคำถามถึงการมุ่งเป้าไล่รื้อชุมชนเพื่อสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แทนที่จะพัฒนาจากพื้นที่ว่างเปล่าอื่น
  • ย้ำว่าการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ไม่ใช่การรวบรัดตัดตอนและละเลยเสียงของประชาชน

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุเกี่ยวกับการบริหารจัดการชุมชนโดยรอบท่าเรือกรุงเทพ จำนวน 26 ชุมชนว่า จากการหารือเบื้องต้น ทางชุมชนไม่ได้ขัดข้องในการย้ายออก ว่า ขอเรียกร้องความชัดเจนใน 4 ประเด็น ประกอบด้วย

  • หยุดสรุปเองจากการประชุมแบบปิดว่าชาวบ้านยินดีให้ไล่รื้อ การที่ระบุว่าชุมชนไม่ขัดข้องนั้น เป็นเพียงการเชิญเฉพาะกลุ่มคนที่เลือกไปร่วมประชุมบนห้องแล้วสรุปผลกันเอง โดยในความเป็นจริงมีการกีดกันไม่ให้ชาวบ้านผู้อยู่อาศัยตัวจริงเข้าถึงการประชุมและแสดงความคิดเห็น
  • หากรัฐบาลมีความจริงใจในการรับฟังเสียงของประชาชน ขอให้เปิดเวทีสาธารณะในพื้นที่คลองเตย เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้รับรู้ข้อมูลและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเรียกคุยแค่บางคนแล้วนำมาอ้างว่าเป็นมติของชุมชนทั้งหมด
  • สำหรับการผลักดันนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ระบุว่าไม่มีบ่อนกาสิโน ขอถามว่าเหตุใดจึงไม่เริ่มต้นการพัฒนาจากพื้นที่ว่างเปล่าอื่นๆ ที่สามารถใช้งานได้เลยทันที แต่กลับมุ่งเป้ามาที่การไล่รื้อพื้นที่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชาวบ้านทั้งหมดบริเวณ “ท้องมังกร” ก่อนเป็นอันดับแรก
  • กรุงเทพฯต้องการพื้นที่สาธารณะและที่พักอาศัยราคาถูก ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า

 

“การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนต้องเกิดจากการมีส่วนร่วม ไม่ใช่การรวบรัดตัดตอนและละเลยเสียงของคนในพื้นที่ จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางดังกล่าว และลงมารับฟังปัญหาจากปากของชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา”