
รัฐบาลดันเต็มสูบคลอดเกณฑ์คุม “ดาต้าเซ็นเตอร์” เริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.69
เลขาฯ สภาพัฒน์ คาดคลอดเกณฑ์คุมกิจการ "ดาต้าเซ็นเตอร์" ได้ข้อสรุปในเดือนก.ย.นี้ หลังหน่วยงานต่าง ๆ ส่งข้อมูลมาให้แล้ว ก่อนรวบรวมเสนอบอร์ดใหญ่ ประเมินแนวทางการกำกับดูแลเริ่มใช้จริง กลางเดือนต.ค.นี้ หลังนักลงทุนรอความชัดเจน
KEY
POINTS
- รัฐบาลเร่งออกมาตรการกำกับดูแลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน และเริ่มบังคับใช้จริงภายในกลางเดือนตุลาคม 2569
- เกณฑ์ใหม่จะควบคุมการใช้ทรัพยากร เช่น ไฟฟ้าและน้ำ กำหนดอัตราค่าไฟเป็นการเฉพาะ และกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (ใช้ไฟเกิน 2 MW) ต้องตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม
- มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ด้านเพื่อกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์คัดเลือกโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ โดยมุ่งส่งเสริม Green Data Center เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัล
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดส่งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่ประกอบกิจการแล้ว ก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างก่อสร้าง อยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวนผู้ให้บริการปัจจุบัน การจัดแบ่งขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ ค่าเฉลี่ยข้อมูลการใช้ไฟและน้ำ มายังสศช. ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการบอร์ดแล้ว ก่อนที่จะนำมาประกอบการพิจารณาวางเกณฑ์ควบคุมธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ต่อไป
"ตอนนี้มีการส่งรายละเอียดมาแล้ว ส่วนหลักเกณฑ์เรื่องไฟฟ้า กระทรวงพลังงานจะต้องนำไปพิจารณาว่าจะมีเกณฑ์ควบคุมการใช้ปริมาณเท่าไหร่ รวมทั้งอัตราค่าไฟสำหรับกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ และจะออกเกณฑ์ควบคุมขนาดของแต่ละประเภท หากเข้าเกณฑ์อุตสาหกรรมก็ต้องไปตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่กำหนด เพื่อไม่ให้กระทบภาคครัวเรือน ส่วนกล่มที่เป็นระดับไฮเปอร์สเกล ก็ควรกำหนดระดับการใช้ใช้ไฟ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป ซึ่งทั้งหมดก็รอเสนอไปยังบอร์ดพิจารณาก่อน" นายดนุชา ระบุ
อย่างไรก็ตามหากการพิจารณารายละเอียดเสร็จสิ้น คาดว่า การกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์จะได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน และน่าจะสามารถบังคับใช้ได้จริงไม่เกินกลางเดือนตุลาคม 2569 นี้ เพราะปัจจุบันนักลงทุนในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ก็รอดูความชัดเจรของเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะออกมาอย่างใกล้ชิด และหากผลักดันออกมาได้เร็วและรอบคอบจะส่งผลดีต่อการกำกับดูแลที่เหมาะสมต่อไป
ก่อนหน้านี้ในการประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน ที่ประชุมฯ รับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงพื้นที่ ทรัพยากรที่ใช้ ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงปลอดภัย และการส่งเสริม Green Data Center, AI และ Cloud เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค พร้อมทั้งมีมติเห็นชอบ 4 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1.เร่งจัดทำและบูรณาการข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ให้เป็นชุดข้อมูลเดียวกันโดยเร็ว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาตประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ จัดส่งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่ประกอบกิจการแล้ว ก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างก่อสร้าง อยู่ระหว่างการพิจารณา ให้ฝ่ายเลขานุการฯ ภายในวันที่ 11 กันยายน 2569
รวมทั้งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดรหัสมาตรฐานสำหรับจำแนกอุตสาหกรรม (TSIC) เฉพาะของดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อใช้ติดตามและกำกับการลงทุน การประกอบกิจการ และสัญชาติของกิจการดาต้าเซ็นเตอร์
2.เร่งจัดระเบียบและวางกติการ่วมกันในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ ให้ครอบคลุมกับดาต้าเซ็นเตอร์ทุกประเภท (Apply to all) ทั้งที่ใช้เองภายในกิจการของตนเองหรือบริษัทในเครือ หรือบุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทในเครือ
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ เร่งจัดกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อมูลตามสถานะ ขนาด รูปแบบของดาต้าเซ็นเตอร์ หรือเกณฑ์อื่นที่เหมาะสม เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาหลักเกณฑ์และกรอบการกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ในแต่ละกลุ่ม
3.ออกแบบปริมาณและรูปแบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประเทศต้องการ ผ่านนโยบายฯ ที่คณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างพิจารณาในรายละเอียด โดยเห็นชอบ (ร่าง) นโยบายฯ ที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ ที่กำหนดให้มาตรการและข้อกำหนดที่คณะกรรมการฯ จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา จะใช้ครอบคลุมกับดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่เปิดให้บริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตของหน่วยงาน
ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 2 MW ถือเป็นกิจการประเภทอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อใกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่สะท้อนต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน รวมทั้งต้องมุ่งสู่ Green Data Center เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
รวมทั้งกำหนดกลไกกลั่นกรองความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แบบรวมศูนย์ โดยอาจใช้กระบวนการพิจารณาข้อเสนอ (Pitching) เป็นรอบ ๆ เพื่อคัดเลือกดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด และพัฒนาระบบนิเวศเพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทยที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
4.กำหนดเกณฑ์การประเมินในมิติต่าง ๆ ที่ใช้ในการ Pitching โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้าน 4 ชุด ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพื้นที่และอาคาร ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำมาตรฐานทางเทคนิคขั้นต่ำ (Minimum Requirement) ในแต่ละด้าน และแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม สำหรับเป็นข้อมูลสนับสนุนให้กับคณะอนุกรรมการ
ส่วนด้านเศรษฐกิจ ในการจัดทำหลักเกณฑ์ทางเศรษฐกิจเพื่อใช้ในการคัดเลือกดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะได้รับสิทธิในการประกอบกิจการในประเทศไทย โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ กำหนดประเด็นและประสานการดำเนินงานกับคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุดให้มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อเสนอคณะกรรมการฯ ภายในเดือนกันยายน 2569







