
รัฐบาลเอาจริง 'สินค้าปลอม-ไลฟ์ละเมิด' 7 เดือนจับ 140 คดี เสียหายกว่า 104 ล้าน
รัฐบาลเดินหน้า 4 กลไกปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ปิดกั้นไลฟ์ละเมิด เชื่อมข้อมูล IP แบบ Real-Time พัฒนา IP Verified และตามเส้นทางเงิน เผย 7 เดือนจับ 140 คดี ยึดกว่า 3.2 แสนชิ้น ระงับแล้ว 1,471 รายการ
KEY
POINTS
- รัฐบาลปราบปรามสินค้าปลอมและการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์อย่างจริงจัง ในช่วง 7 เดือนสามารถจับกุมได้ 140 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 104 ล้านบาท
- มีการยึดของกลางจากการจับกุมรวมกว่า 3.2 แสนชิ้น และระงับรายการสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ไปแล้ว 1,471 รายการ
- รัฐบาลได้วาง 4 กลไกใหม่เพื่อสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง เช่น การปิดกั้นเว็บไซต์, การพัฒนาเครื่องหมาย “IP Verified” และการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อขยายผลถึงเครือข่ายเบื้องหลัง
รัฐบาลเดินหน้าปราบสินค้าปลอมและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ วาง 4 กลไกสกัดตั้งแต่ต้นทาง ทั้งปิดกั้นเว็บไซต์-ไลฟ์ เชื่อมข้อมูล IP แบบ Real-Time พัฒนาเครื่องหมาย “IP Verified” และตรวจเส้นทางการเงิน เผย 7 เดือนจับ 140 คดี ยึดของกลางกว่า 3.2 แสนชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 104 ล้านบาท พร้อมระงับรายการสินค้าละเมิด 1,471 รายการ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการสุจริตจากปัญหาสินค้าปลอมและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนตลาดออนไลน์ โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายกรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งทำงานร่วมกับเจ้าของสิทธิและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์
แนวทางดังกล่าวมุ่งยกระดับการปราบปรามจากเดิมที่เน้นนำสินค้าหรือเนื้อหาที่ละเมิดออกจากระบบ ไปสู่การป้องกันและตัดวงจรการละเมิดตั้งแต่ต้นทาง โดยวาง 4 กลไกสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่การปิดกั้นเว็บไซต์และไลฟ์ที่มีเนื้อหาละเมิด การเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแบบ Real-Time การพัฒนาแนวทางรับรองร้านค้าที่ใช้สิทธิอย่างถูกต้อง ไปจนถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง
7 เดือนจับ 140 คดี ยึดของกลาง 3.2 แสนชิ้น
ผลการดำเนินงานช่วง มกราคม-กรกฎาคม 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนช่องทางออนไลน์ได้ 140 คดี ยึดของกลางรวม 322,077 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 104,344,850 บาท
นอกจากนี้ ยังสามารถระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้รวม 1,471 รายการ สะท้อนการเพิ่มความเข้มข้นในการจัดการปัญหาสินค้าปลอมและสินค้าละเมิดสิทธิบนช่องทางดิจิทัล
4 กลไกสกัดสินค้าปลอมออนไลน์
1. ปิดกั้นเว็บไซต์-ไลฟ์ละเมิด
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระงับหรือลบเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการเผยแพร่ภาพยนตร์ เพลง และผลงานลิขสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์หรือการถ่ายทอดสดออนไลน์
2. เชื่อมข้อมูล IP แบบ Real-Time
เตรียมพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญากับแพลตฟอร์มผ่าน API แบบ Real-Time เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลประกอบการคัดกรองร้านค้าและสินค้าได้รวดเร็วขึ้น เช่น เลขคำขอ ชื่อเจ้าของสิทธิ สถานะคำขอ และรายการสินค้า โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนาและกำหนดรายละเอียดร่วมกัน
3. พัฒนาเครื่องหมาย “IP Verified”
เตรียมหารือกับแพลตฟอร์มเพื่อจัดทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ “IP Verified” สำหรับร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภค และช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักเกณฑ์ และยังไม่ได้เปิดใช้อย่างครบถ้วนในทุกแพลตฟอร์ม
4. ตามเส้นทางเงิน ขยายผลถึงเครือข่าย
รัฐบาลเตรียมยกระดับการดำเนินคดีจากการจับกุมผู้ขาย ไปสู่การขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง โดยประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและเชื่อมโยงไปยังผู้จัดหา ผู้นำเข้า ผู้รับผลประโยชน์ และผู้เกี่ยวข้อง
เป้าหมายคือการตัดวงจรการละเมิดตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงนำรายการสินค้าที่ตรวจพบออกจากแพลตฟอร์มเท่านั้น
ใช้ Notice and Takedown สกัดสินค้าผิดกฎหมาย
ปัจจุบันกรมทรัพย์สินทางปัญญาใช้กลไกความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจกับแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงมาตรการ Notice and Takedown ในการรับแจ้ง ตรวจสอบ และระงับรายการสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดออกจากระบบ
ส่วนการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน API แบบ Real-Time และแนวทาง IP Verified จะเป็นกลไกที่พัฒนาต่อไป โดยต้องกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และแพลตฟอร์มที่เข้าร่วมให้ชัดเจนก่อนนำมาใช้อย่างเป็นทางการ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ตลาดออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องต้องไม่เสียเปรียบจากการแข่งขันกับสินค้าปลอมหรือสินค้าละเมิดสิทธิ ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจจับและระงับรายการ การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้ตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น ไปจนถึงการติดตามเส้นทางการเงินและขยายผลถึงเครือข่ายเบื้องหลัง
เปิดช่องแจ้งเบาะแสสินค้าปลอม
ประชาชนและเจ้าของสิทธิที่พบการจำหน่ายสินค้าหรือเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4702 สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา
นอกจากนี้ ยังสามารถแจ้งผ่านช่องทางรับแจ้งของแพลตฟอร์มที่มีความร่วมมือกับกรม ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE และ Nex Gen Commerce
ทั้งนี้ ก่อนซื้อสินค้าทางออนไลน์ ประชาชนควรตรวจสอบชื่อร้านค้า รายละเอียดและราคาสินค้า รีวิว เงื่อนไขการคืนสินค้า และเก็บหลักฐานการซื้อขายทุกครั้ง
สำหรับเครื่องหมาย IP Verified นั้น ประชาชนไม่ควรสรุปว่าร้านค้าที่ไม่มีเครื่องหมายดังกล่าวเป็นร้านค้าที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากแนวทางการรับรองยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและจัดทำหลักเกณฑ์ก่อนนำมาใช้อย่างเป็นทางการ







