thansettakij
thansettakij
'เอกนิติ’ เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ รุกใช้ FTA ดึงอุตสาหกรรมไฮเทคเข้าไทย

'เอกนิติ’ เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ รุกใช้ FTA ดึงอุตสาหกรรมไฮเทคเข้าไทย

17 ส.ค. 69 | 09:16 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ส.ค. 69 | 09:56 น.

'เอกนิติ' ร่วมเดินทางกับนายกฯ เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ รุกใช้ FTA ดึง Canva-อุตสาหกรรมไฮเทคเข้าไทย ตามนโยบายใช้ลงทุนเคลื่อนเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • คณะรัฐบาลไทยเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ
  • มีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยมีอยู่กับทั้งสองประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • มุ่งเน้นการเจรจาเพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมสมัยใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือบริษัท Canva ให้เข้ามาลงทุนในไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-22 สิงหาคม 2569 

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เปิดโอกาสทางการค้า และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ รวมถึงดึงดูดการลงทุนจากภาคธุรกิจชั้นนำเข้าสู่ประเทศไทย

นายเอกนิติ กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ ตนและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อหารือและเจรจากับนักลงทุนโดยตรง โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือบริษัท Canva แพลตฟอร์มด้านกราฟิกและเทคโนโลยีระดับโลกจากออสเตรเลีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยรัฐบาลต้องการเชิญชวนให้บริษัทเข้ามาขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในประเทศไทย

สำหรับการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ครั้งนี้ จะมุ่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ที่ไทยมีอยู่กับทั้งสองประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการขยายตลาดส่งออก การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจไทย

“การเดินทางเยือนในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อใช้ฐานความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ทั้งนี้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ถือเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งไทยมีฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การส่งเสริมการลงทุนในประเทศเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เพื่อส่งออกไปยังออสเตรเลียแล้ว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายเอกนิติระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย “Investment Growth” หรือการใช้การลงทุนเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ผ่านการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เทคโนโลยีขั้นสูง และธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเข้ามาสร้างฐานการผลิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไทย

นอกจากนี้ การดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสมัยใหม่จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และ Creative Economy

ทั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ จากเดิมที่เน้นการค้าและการส่งออก ไปสู่การสร้างโอกาสด้านการลงทุนและความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมากขึ้น พร้อมยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว

การเดินหน้าเชิงรุกด้านการลงทุนครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของรัฐบาลในการสร้าง “Investment Growth” ผ่านการดึงทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากต่างประเทศเข้ามาเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว