
'เอกนิติ' ชี้โลกเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจแตกขั้ว แนะปรับตัวสู่ AI เปลี่ยนเกมแข่งขัน
“เอกนิติ” ชี้โลกเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจแตกขั้ว แนะปรับตัวสู่ AI เปลี่ยนเกมการแข่งขัน ช่วยกระบวนการยุติธรรม เสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย
KEY
POINTS
- นายเอกนิติชี้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนจากยุคการค้าเสรีไปสู่เศรษฐกิจแตกขั้ว (Geoeconomics) ซึ่งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือและมาตรการกีดกันทางการค้ามากขึ้น
- การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่อาจมีผลกระทบยิ่งใหญ่กว่ายุคอินเทอร์เน็ต
- แนะให้ทุกภาคส่วนรวมถึงกระบวนการยุติธรรมปรับตัวนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ย้ำว่ามนุษย์ต้องเป็นผู้กำกับและตรวจสอบข้อมูลเพื่อป้องกันความผิดพลาด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เศรษฐกิจไทยยุคเปลี่ยนผ่านกับความท้าทายใหม่ของกระบวนการยุติธรรม” ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกเดิมไปสู่ยุคแห่งความผันผวน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม
โดยมองว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ตลอดจนกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ หากไทยไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จะกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
โลกเปลี่ยนจากค้าเสรี สู่ Geoeconomics
นายเอกนิติระบุว่า ความท้าทายประการแรกคือการเปลี่ยนผ่านจากยุค “การค้าเสรี” (Free Trade) ไปสู่ยุค “เศรษฐกิจแตกขั้ว” หรือ Geoeconomics จากเดิมที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันและการส่งเสริมการค้าเสรี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกกลับเห็นแนวโน้มการตั้งกำแพงภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงมากขึ้น
ตัวอย่างสำคัญคือความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องภาษี แต่ขยายไปสู่ห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคที่ประเทศต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และความมั่นคงของตัวเองมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มเห็นชัดเจนขึ้น โดยนายเอกนิติยกตัวอย่างกรณีที่แรงงานไทยถูกกล่าวอ้างเรื่องการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งนำไปสู่การปรับภาษีนำเข้าจาก 10% เป็น 12.5% ขณะที่บางประเทศยังอยู่ที่ระดับ 10%
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกยุคใหม่ มิติทางการค้าไม่ได้ถูกกำหนดจากเรื่องต้นทุนหรือประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจัยด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์ สามารถถูกนำมาเชื่อมโยงกับมาตรการทางการค้าได้
นอกจากนี้ ในเวทีการเจรจาระดับพหุภาคี ยังมีแนวโน้มที่สหรัฐฯ จะมีท่าทีให้ประเทศคู่ค้าเลือกข้างมากขึ้น หากสหรัฐฯ มีความขัดแย้งกับประเทศใด ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ก็อาจถูกคาดหวังให้มีจุดยืนสอดคล้องกัน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับโลกเศรษฐกิจที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กัน
AI จุดเปลี่ยนใหญ่กว่า “ยุคอินเทอร์เน็ต”
ความท้าทายประการที่สอง คือ การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
นายเอกนิมองว่า การเปลี่ยนแปลงจาก AI อาจมีขนาดใหญ่กว่ายุคอินเทอร์เน็ต เนื่องจาก AI สามารถเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการทำงานของหลายอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และวิชาชีพต่าง ๆ
AI จึงเป็นทั้ง “โอกาสและภัยคุกคาม” สำหรับผู้ที่สามารถปรับตัวและนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพ จะสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้นและมีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ขณะที่ผู้ที่ไม่ยอมปรับตัวและไม่เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
เรื่องเทคโนโลยี AI ท่านจะเห็นคดีเรื่องหลอกลวงเยอะ เพราะเดี๋ยวนี้ AI ฉลาด ผมยังถูก AI ทำตัวเองมาหลอกให้ไปลงทุนก็ไปแจ้งความเมื่อเร็วเร็วนี้หน้าและเสียงใกล้เคียงมาก แต่ก็ไม่เหมือน ถ้าคนรู้จักจริงก็จะรู้ว่าไม่เหมือน
เปิดบทบาท AI เปลี่ยนวิชาชีพกฎหมาย
สำหรับวิชาชีพกฎหมายและกระบวนการพิจารณาคดี นายเอกนิติระบุว่า AI สามารถเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากและใช้เวลานานในการประมวลผล
หนึ่งในนั้นคือ การวิเคราะห์คดี โดย AI สามารถช่วยตรวจสอบความขัดแย้งของเนื้อหาในคำพิพากษา รวมถึงประมวลผลเอกสารจำนวนมหาศาลได้ภายในเวลาไม่กี่นาที จากเดิมที่ต้องอาศัยบุคลากรจำนวนมากและใช้เวลานาน
นอกจากนี้ AI ยังสามารถนำมาใช้ใน งานด้านภาษีและสรรพากร โดยสามารถช่วยวิเคราะห์จุดอ่อนหรือข้อจำกัดด้านภาษี ซึ่งเดิมอาจต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม มองว่า AI จะไม่สามารถเข้ามาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด แต่จะทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือทุ่นแรง” ช่วยลดภาระงานและลดจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ต้องใช้ในบางกระบวนการ ทำให้การทำงานของศาลและกระบวนการพิจารณาคดีมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เตือน AI มี “Hallucination” มนุษย์ต้องฉลาดกว่า AI
แม้ AI จะมีศักยภาพสูง แต่ยังมีข้อจำกัดที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะปัญหา “Hallucination” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลที่ดูเหมือนถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่มีอยู่จริง
ดังนั้น การนำ AI มาใช้ในกระบวนการยุติธรรมจึงไม่สามารถปล่อยให้ AI เป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมดได้ แต่จำเป็นต้องมีมนุษย์เข้ามากำกับ ตรวจสอบ และกลั่นกรองผลลัพธ์จาก AI
มนุษย์จำเป็นต้องมีความฉลาดมากกว่า AI ในแง่ของการรู้จักใช้และกำกับเครื่องมือดังกล่าวให้ถูกต้อง เช่น จากประสบการณ์ส่วนตัวว่า แม้แต่การร่างสุนทรพจน์ในปัจจุบัน AI ก็สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผู้ใช้ยังคงต้องเป็นผู้คัดกรองข้อมูลและตัดสินใจขั้นสุดท้าย
ศาลมีบทบาทต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย
นายเอกนิติกล่าวว่า แม้โลกกำลังเผชิญวิกฤตและความท้าทายหลายด้าน แต่ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาสสำหรับผู้ที่เข้าใจบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
ในบริบทนี้ “ศาล” ถือเป็นสถาบันสำคัญ เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ
หากกระบวนการยุติธรรมสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการดำเนินกระบวนการต่าง ๆ เพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาคดี และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุน
ท้ายที่สุด การรับมือกับโลกยุคใหม่จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า แต่ต้องปรับโครงสร้างและระบบการทำงานของประเทศให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ การค้า เทคโนโลยี และกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส และรักษาความสามารถในการแข่งขันในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว







