thansettakij
thansettakij
"เอกนิติ" สั่งทำ "แผนที่เสี่ยงภัย Risk Map" สแกนจุดเสี่ยงรับมือน้ำท่วม

"เอกนิติ" สั่งทำ "แผนที่เสี่ยงภัย Risk Map" สแกนจุดเสี่ยงรับมือน้ำท่วม

10 ส.ค. 69 | 10:57 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 11:04 น.

"เอกนิติ" สั่งเร่งทำ Risk Map หรือ แผนที่เสี่ยงภัย สแกนพื้นที่เสี่ยงภาคกลาง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง เตือนไทยเข้าสู่ซูเปอร์เอลนีโญ พร้อมสั่งตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ทุกจังหวัด**

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ "แผนที่เสี่ยงภัย" (Risk Map) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง
  • แผนที่เสี่ยงภัยจะใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจากหน่วยงานต่างๆ เช่น GISTDA และกรมชลประทาน เพื่อประเมินจุดเสี่ยงแบบเรียลไทม์ และช่วยให้จังหวัดต่างๆ วางแผนบริหารจัดการน้ำได้ตรงจุด
  • การจัดทำ Risk Map เป็นมาตรการเฝ้าระวังพิเศษในพื้นที่ภาคกลางซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยโดยเฉพาะในช่วงที่ไทยเข้าสู่ภาวะซูเปอร์เอลนีโญ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569 ณ ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่

นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน จึงแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 5 คณะ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานแต่ละคณะ เพื่อรวมศูนย์การทำงาน ลดขั้นตอนสั่งการ และตัดความซ้ำซ้อนเมื่อเกิดภัยพิบัติ

"เอกนิติ" สั่งทำ "แผนที่เสี่ยงภัย Risk Map" สแกนจุดเสี่ยงรับมือน้ำท่วม

ภาคกลางพื้นที่ลุ่มต่ำ-หัวใจเศรษฐกิจ ต้องเฝ้าระวังพิเศษ

ภาคกลางถือเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นจุดรับน้ำหลากจากภาคเหนือก่อนระบายลงสู่ทะเล ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ทั้งภาคเกษตรกรรม เขตอุตสาหกรรม และชุมชนหนาแน่น จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเฉพาะปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

สั่งทำ Risk Map ผนึกหน่วยงานรัฐ

นายเอกนิติ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจาก GISTDA สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มาร่วมจัดทำแผนที่เสี่ยงภัย (Risk Map) ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อประเมินจุดเสี่ยงแบบเรียลไทม์ และนำข้อมูลของแต่ละจังหวัดไปใช้วางแผนบริหารจัดการได้ตรงจุด รวมถึงพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ

"เอกนิติ" สั่งทำ "แผนที่เสี่ยงภัย Risk Map" สแกนจุดเสี่ยงรับมือน้ำท่วม

นอกจากนี้ ยังสั่งให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทำ Checklist ปฏิบัติงานสำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อใช้เตรียมความพร้อมทันที เช่น ตรวจสอบประตูระบายน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เตรียมพื้นที่รับน้ำ และบริหารจัดการปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ พร้อมจัดทำแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย

ตั้งศูนย์บัญชาการจังหวัด ดูแลกลุ่มเปราะบางก่อน

ด้านการเผชิญเหตุและช่วยเหลือ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเป็นศูนย์กลางบูรณาการการทำงานของทหาร ตำรวจ พลเรือน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก พร้อมให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เพียงพอ

ด้านสาธารณสุข ให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเตรียมยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจ เขตอุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการป้องกันผลกระทบอย่างเข้มงวด

"เอกนิติ" สั่งทำ "แผนที่เสี่ยงภัย Risk Map" สแกนจุดเสี่ยงรับมือน้ำท่วม

เร่งฟื้นฟูเยียวยา แบ่งความรับผิดชอบรายลุ่มน้ำ

สำหรับด้านการฟื้นฟูเยียวยา ให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม พร้อมนำเทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน

ในด้านการบริหารจัดการ ได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลางเป็น 17 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร โดยมอบหมายคณะรัฐมนตรีแต่ละรายดูแลเป็นรายลุ่มน้ำ เพื่อให้การสั่งการและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว

เตือนไทยเข้าสู่ซูเปอร์เอลนีโญ ย้ำสื่อสารสองทาง

นายเอกนิติ ยังเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารกับประชาชน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์น้ำที่ถูกต้องและแม่นยำผ่านทุกช่องทาง เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่มีความตระหนักและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเน้นการสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication)

"ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะซูเปอร์เอลนีโญ การเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำ Risk Map ซึ่งแต่ละจังหวัดมีความเสี่ยงแตกต่างกัน จึงต้องวิเคราะห์ให้ตรงกับบริบทของพื้นที่" นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจกับการดำเนินการของรัฐบาล โดยคณะกรรมการฯ จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตร และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน