thansettakij
thansettakij
ชาวไร่ยาสูบอีสานจี้รัฐทบทวนห้ามซื้อบุหรี่ตามปีเกิด หวั่นทำอาชีพพัง

ชาวไร่ยาสูบอีสานจี้รัฐทบทวนห้ามซื้อบุหรี่ตามปีเกิด หวั่นทำอาชีพพัง

13 ส.ค. 69 | 03:18 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 03:30 น.

ชาวไร่ยาสูบอีสานจี้รัฐบาลทบทวนห้ามซื้อบุหรี่ตามปีเกิด หวั่นอาชีพหาย-เศรษฐกิจชุมชนสะเทือน ชี้ยาสูบคือทองกระทบ 9,942 ครอบครัว เสี่ยงบุหรี่เถื่อนพุ่ง

KEY

POINTS

  • ชาวไร่ยาสูบภาคอีสานเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายห้ามซื้อบุหรี่ตามปีเกิด เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบต่อรายได้และความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรกว่า 22,500 ครอบครัวทั่วประเทศ
  • เกษตรกรไม่เชื่อมั่นในมาตรการช่วยเหลือและเงินชดเชยจากภาครัฐ โดยชี้ว่าที่ผ่านมามีความล่าช้า และยังไม่มีพืชทดแทนที่สร้างรายได้ได้จริง
  • ชี้ว่านโยบายดังกล่าวยังไม่มีมาตรการรองรับผู้ได้รับผลกระทบที่ชัดเจน และอาจทำให้ปัญหาบุหรี่ผิด

นายสันต์ หาญสุโพธิ์ นายกสมาคมการค้าชาวไร่ยาสูบเตอร์กีซ ตัวแทนชาวไร่ยาสูบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่าได้รับทราบข้อมูลเรื่องที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังคงยืนยันเดินหน้านโยบาย Nicotine-Free Generation หรือกำหนดห้ามซื้อบุหรี่และผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกชนิด ตามปีเกิดของคน โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เพราะจะส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงในอาชีพของชาวไร่อย่างแน่นอน 

รวมถึงแรงงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งห่วงโซ่ในภาคอีสานเพราะการทำยายังต้องใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมาก ไม่ได้มีเทคโนโลยีทุ่นแรงได้แบบพืชชนิดอื่น 

“หากไม่มีอาชีพทำยา ชาวบ้านจะนำเงินที่ไหนเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวหลังฤดูทำนา เพราะยาสูบก็คือทอง ไม่มีพืชไหนที่สร้างรายได้มั่นคงได้เท่านี้”

ชาวไร่ยาสูบอีสานจี้รัฐทบทวนห้ามซื้อบุหรี่ตามปีเกิด หวั่นทำอาชีพพัง

 

ขณะนี้ภาคอีสานมีชาวไร่ยาสูบกว่า 9,942 ครอบครัว ผลิตใบยาสูบปี 68 ได้ถึง 5.2 ล้านกิโลกรัม และยังต้องการมากขึ้นเพราะใบยาที่เราปลูกได้มีคุณภาพดี แต่ปลูกมากกว่านี้ไม่ได้เพราะขาดแรงงานคน สิ่งที่รัฐบาลภูมิใจไทยควรทำคือการส่งเสริมให้ชาวไร่ยาสูบยังมีอาชีพต่อไป และหยุดรัฐมนตรีสาธารณสุขที่กำลังผลักดันนโยบายเพื่อสร้างความนิยมให้กับตนเอง บนความทุกข์ของเกษตรกรยาสูบอีสาน และทั่วประเทศกว่า 22,500 ครอบครัว

 

ชาวไร่ยาสูบหลายพื้นที่แสดงจุดยืนคัดค้าน

ก่อนหน้านี้เครือข่ายชาวไร่ยาสูบจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศก็เคยออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านแนวคิดดังกล่าวมาแล้ว เนื่องจากยังไม่มีมาตรการรองรับผู้ได้รับผลกระทบตลอดห่วงโซ่อุปทานยาสูบ และไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะลดการสูบบุหรี่ได้จริง แต่กลับเสี่ยงทำให้บุหรี่ผิดกฎหมายขยายตัว 

อีกทั้งยังเป็นมาตรการที่จะสร้างภาระผูกพันให้รัฐบาลและงบประมาณในอนาคต โดยไม่ได้แก้ปัญหาผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบัน จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนผลักดันมาตรการ เนื่องจากกังวลว่าการกำหนดข้อห้ามในลักษณะนี้อาจส่งผลต่อความต้องการยาสูบในระยะยาว และกระทบต่อเศรษฐกิจของชุมชนเกษตรกรรมจำนวนมาก

นายสันต์ กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขอ้างว่าจะมีการช่วยเหลือชดเชยชาวไร่ แต่ก็ยังมองไม่เห็นว่ารัฐจะนำเงินงบประมาณมาจากที่ไหน เพราะทุกวันนี้รัฐก็ถังแตก โดนตัดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันยกหมู่บ้าน แล้วยังจะมาทำลายอาชีพอีก ที่ผ่านมาเวลามีปัญหาในอุตสาหกรรม รัฐบอกจะช่วยเหลือจ่ายเงินชดเชย แต่ก็ล่าช้ามาโดยตลอด ชาวไร่ต้องรวมตัวกันเรียกร้องและรอเงินชดเชยเป็นเวลานาน ส่วนเรื่องพืชทดแทนก็ศึกษากันมาหลายสิบปี แต่ยังไม่เคยเห็นผลเป็นรูปธรรม