
สรรพสามิตปราบบุหรี่เถื่อน 10 เดือน ทะลุ 4.86 ล้านซอง ค่าปรับกว่า 4.37 พันล้าน
สรรพสามิตปราบสินค้าหนีภาษี 10 เดือนแรกปีงบ 2569 จับคดีผิดกฎหมายแล้ว 32,812 คดี ค่าปรับ 901.82 ล้านบาท “ยาสูบ” ครองแชมป์คดีสูงสุดกว่า 2 หมื่นคดี
KEY
POINTS
- กรมสรรพสามิตปราบปรามบุหรี่เถื่อนในช่วง 10 เดือนของปีงบประมาณ 2569 สามารถยึดของกลางได้กว่า 4.86 ล้านซอง มีประมาณการค่าปรับรวมสูงถึง 4.37 พันล้านบาท
- คดีเกี่ยวกับยาสูบเป็นคดีที่พบการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตมากที่สุด โดยมีจำนวนถึง 20,160 คดี หรือคิดเป็นกว่า 61% ของคดีทั้งหมด
- มีการจับกุมคดีสำคัญในเดือนกรกฎาคมที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยยึดบุหรี่สำหรับส่งออกที่ถูกลักลอบนำกลับมาขายได้กว่า 1.24 แสนซอง คิดเป็นค่าปรับกว่า 124 ล้านบาท
```
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตยังคงยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อน ซึ่งเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่ตรวจพบมากที่สุด และสร้างความเสียหายต่อรายได้ของภาครัฐ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กรมสรรพสามิตจึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวน การข่าว และปฏิบัติการเชิงรุกในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี ทั้งในพื้นที่ชายแดน ท่าเรือ ระบบขนส่ง และพื้นที่กระจายสินค้า
10 เดือนจับ 3.28 หมื่นคดี ยาสูบครองแชมป์
สำหรับผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศในปีงบประมาณ 2569 รอบ 10 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 พบว่า กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้รวม 32,812 คดี คิดเป็นค่าปรับ 901.82 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 4,508.18 ล้านบาท
ในจำนวนนี้ “คดียาสูบ” ยังคงเป็นประเภทสินค้าที่พบการกระทำผิดมากที่สุด จำนวน 20,160 คดี หรือกว่า 61% ของคดีทั้งหมด มีค่าปรับ 609.39 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับรวมสูงถึง 4,376.97 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาสูบจำนวน 4,862,367 ซอง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าบุหรี่เถื่อนยังเป็นสินค้าหลักที่ขบวนการลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยนอกจากจะกระทบต่อการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตแล้ว ยังสร้างความเสียเปรียบให้กับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและเสียภาษีอย่างถูกต้อง
เดือนเดียวจับ 3,196 คดี ยึดบุหรี่กว่า 4 แสนซอง
เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2569 กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้รวม 3,196 คดี คิดเป็นค่าปรับ 79.52 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 248.78 ล้านบาท
คดียาสูบยังครองสัดส่วนสูงสุด จำนวน 2,008 คดี หรือประมาณ 63% ของคดีทั้งหมด มีค่าปรับ 58.10 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับกว่า 239.91 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาสูบจำนวน 408,205 ซอง
กรมสรรพสามิตระบุว่า ผลการจับกุมในเดือนกรกฎาคมสะท้อนให้เห็นว่าการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อนยังคงเป็นรูปแบบการกระทำผิดที่พบมากที่สุด และขบวนการลักลอบยังปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
ปรับกลยุทธ์หนีภาษี ใช้ชายแดน-เรือ-บ้านพัก-ศูนย์กระจายสินค้า
นายพรชัย กล่าวว่า จากผลการปฏิบัติงานในเดือนกรกฎาคม พบว่าขบวนการลักลอบสินค้าหนีภาษีมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลำเลียงผ่านพื้นที่ชายแดน การขนส่งทางเรือ การใช้บ้านพักและศูนย์กระจายสินค้าเอกชนเป็นสถานที่พักสินค้า รวมถึงการเก็บพักและลำเลียงสินค้าในปริมาณไม่มากต่อครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตาม การบูรณาการการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายได้หลายคดีสำคัญในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
เปิดคดีใหญ่ “กรองทิพย์” 1.24 แสนซอง
สำหรับคดีสำคัญที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเดือนกรกฎาคม 2569 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7 สามารถจับกุมบุหรี่ซิกาแรตยี่ห้อ “กรองทิพย์ (FOR EXPORT ONLY)” จำนวน 124,922 ซอง คิดเป็นประมาณการค่าปรับสูงถึง 124.08 ล้านบาท
กรณีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก แต่ถูกลักลอบนำกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษี
ขณะที่เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจยึดบุหรี่ซิกาแรตที่มิได้เสียภาษีจำนวน 56,000 ซอง ในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 35.17 ล้านบาท
แม้คดีดังกล่าวจะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่เจ้าหน้าที่ได้ส่งของกลางให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีและขยายผลการสืบสวนต่อไป
ลุยสกัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ชายแดนถึงระบบไปรษณีย์
นอกจากคดีใหญ่ในกาญจนบุรีและสงขลาแล้ว กรมสรรพสามิตยังรายงานผลการจับกุมในหลายพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดสตูล ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษีจำนวน 10,000 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า 9.42 ล้านบาท พร้อมจับกุมน้ำมันดีเซลที่มิได้เสียภาษีจากเรือประมงดัดแปลงรวม 10,500 ลิตร
จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายที่ซุกซ่อนในศูนย์ไปรษณีย์จำนวน 6,733 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า 6.34 ล้านบาท
จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายจำนวน 4,690 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า 4.42 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดนนทบุรีตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายจำนวน 3,500 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า 3.30 ล้านบาท
ส่วนจังหวัดระยอง สามารถจับกุมคดียาสูบและเครื่องดื่มที่มิได้เสียภาษีรวม 2 คดี สะท้อนว่าการปราบปรามของกรมสรรพสามิตครอบคลุมสินค้าสรรพสามิตในหลายประเภทและหลายช่องทาง
เร่งอุดช่องโหว่ รักษารายได้รัฐ
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การปราบปรามสินค้าหนีภาษีเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนอกจากเป็นการบังคับใช้กฎหมายแล้ว ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ และการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาด
กรมสรรพสามิตจึงจะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร การสืบสวน และการปฏิบัติการในพื้นที่ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงติดตามเส้นทางการลำเลียงและกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ปลายทาง
“การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการคลังที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ ควบคู่กับการปราบปรามการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ”







