thansettakij
thansettakij
บุหรี่เถื่อนอาเซียนพุ่งไม่หยุด รัฐบาลไทยสูญรายได้ทะลุ 4.5 หมื่นล้าน

บุหรี่เถื่อนอาเซียนพุ่งไม่หยุด รัฐบาลไทยสูญรายได้ทะลุ 4.5 หมื่นล้าน

06 ก.ค. 69 | 09:59 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 69 | 10:18 น.

EU-ASEAN Business Council เผยรายงานล่าสุด การค้าบุหรี่ผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน ชี้ปัญหาบุหรี่เถื่อนยังคงขยายตัว กลายเป็นความท้าทายสำคัญต่อเศรษฐกิจ ภาษี สุขภาพประชาชนในหลายประเทศ

KEY

POINTS

  • รัฐบาลไทยสูญเสียรายได้จากภาษีบุหรี่เถื่อนกว่า 4.5 หมื่นล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากปัญหาการลักลอบนำเข้าที่ขยายตัวต่อเนื่องในภูมิภาคอาเซียน
  • บุหรี่เถื่อนมีสัดส่วนการบริโภคในไทยสูงถึง 23.6% หรือเกือบ 1 ใน 4 ของตลาดทั้งหมด โดยส่วนใหญ่ถูกลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางชายแดน
  • สาเหตุหลักเกิดจากอัตราภาษีบุหรี่ที่สูงในไทย ทำให้เกิดช่องว่างด้านราคากับสินค้าผิดกฎหมาย จูงใจให้ผู้บริโภคหันไปหาสินค้าที่ถูกกว่า
  • การบังคับใช้กฎหมายที่ยังมีข้อจำกัด และการขยายตัวของช่องทางจำหน่ายออนไลน์ เป็นปัจจัยเร่งให้ปัญหาบุหรี่เถื่อนรุนแรงขึ้น

สภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Business Council) เปิดเผยรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียนชี้ให้เห็นว่า ปัญหาบุหรี่เถื่อนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และกลายเป็นความท้าทายสำคัญต่อเศรษฐกิจ การจัดเก็บภาษี และสุขภาพของประชาชนในหลายประเทศ

ทั้งนี้ข้อมูลในรายงาน Inside ASEAN’s Illicit Tobacco Market: Data, Trends, and Emerging Patternsระบุว่า ในปี 2568 บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมายคิดเป็นสัดส่วนถึง 23.6% ของการบริโภคในอาเซียน 6 ประเทศหลัก หรือเกือบ 1 ใน 4 ของตลาดทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 27.8% ภายในปี 2571

เฉพาะบุหรี่เถื่อนเพียงอย่างเดียว มีปริมาณการบริโภคสูงถึง 85,000 ล้านมวนในปี 2568 ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ภาษีรวมกว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการผิดกฎหมายได้รับผลประโยชน์เกือบ 6 พันล้านดอลลาร์

2 ปีไทยสูญรายได้ 4.5 หมื่นล้าน

ขณะที่ประเทศไทย รายงานระบุว่าบุหรี่เถื่อนมีสัดส่วนประมาณ 23.6% ของตลาดในปี 2568  และสร้างความสูญเสียรายได้รัฐกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท) ในช่วงสองปี  โดยส่วนใหญ่เป็นบุหรี่นำเข้าผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา มาเลเซีย และเมียนมา ผ่านช่องทางชายแดนและเส้นทางลำเลียงสินค้าในภูมิภาค

ไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “ความเสี่ยงสูง” ของอาเซียน โดยมีทั้งแรงจูงใจด้านราคาและข้อจำกัดด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนทางบกที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการลักลอบขนสินค้า

รายงานฉบับนี้สะท้อนว่า ในเชิงโครงสร้างอัตราภาษีบุหรี่ที่อยู่ในระดับสูงของไทย มีส่วนทำให้เกิดช่องว่างราคาที่ชัดเจนระหว่างสินค้าถูกกฎหมายและสินค้าผิดกฎหมาย ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำ หันไปเลือกสินค้าราคาถูกมากขึ้น  ขณะเดียวกัน การขยายตัวของช่องทางจำหน่ายออนไลน์ และการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบุหรี่เถื่อน

บุหรี่เถื่อนในไทยมีสัดส่วน 23.6% ของตลาดในปี 2568  สร้างความสูญเสียรายได้รัฐราว 4.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

ส่วนการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ แม้มีเป้าหมายด้านสาธารณสุข แต่กลับก่อให้เกิด “ช่องว่างราคา” ระหว่างสินค้าถูกกฎหมายกับสินค้าผิดกฎหมาย ส่งผลให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย หันไปบริโภคสินค้าที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุหรี่เถื่อนหรือบุหรี่ผิดกฎหมายที่ไม่ต้องเสียภาษี ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดในประเทศที่มีโครงสร้างภาษีสูงหรือปรับขึ้นบ่อย เช่น ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

โครงสร้างภาษีที่ซับซ้อนหรือไม่สอดคล้องกันระหว่างประเทศยังเป็นอีกหนึ่งต้นตอนที่เปิดช่องให้เกิดการลักลอบนำเข้าและหลีกเลี่ยงภาษี เกิดการไหลของสินค้าจากประเทศที่ภาษีต่ำกว่ามายังประเทศที่ภาษีสูงกว่า รวมถึงทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีข้อจำกัด

ช่องว่างด้านราคา-เข้าถึงที่ง่าย

สำหรับประเทศไทย ประเด็นสำคัญคือ ความท้าทายด้านการติดตามสินค้าและควบคุมห่วงโซ่อุปทาน แม้จะมีการใช้แสตมป์ภาษีและระบบติดตามสินค้า แต่รายงานชี้ว่าการบังคับใช้ในระดับภูมิภาคยังไม่สอดคล้องกัน ส่งผลให้เครือข่ายบุหรี่เถื่อนสามารถใช้ช่องว่างนี้ในการลักลอบนำสินค้าเข้าประเทศ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบและกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดได้

รายงานยังระบุว่า ปัจจัยสำคัญของการขยายตัวของบุหรี่เถื่อนในภูมิภาคมาจากทั้ง ช่องว่างด้านราคา การเข้าถึงที่ง่าย และเครือข่ายลำเลียงที่มีอยู่เดิม ซึ่งล้วนส่งผลให้ตลาดผิดกฎหมายเติบโตต่อเนื่อง นอกจากผลกระทบด้านรายได้รัฐแล้ว บุหรี่เถื่อนยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ และมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอให้ภาครัฐเร่งยกระดับมาตรการควบคุม ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การติดตามสินค้า และความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการพิจารณานโยบายที่ลดแรงจูงใจในการบริโภคสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องรายได้ของรัฐและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

การแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนจำเป็นต้องพิจารณาทั้ง “โครงสร้างภาษีที่สมดุล” ควบคู่กับมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การติดตามสินค้า (track-and-trace) และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมุ่งลดแรงจูงใจด้านราคา และปิดช่องโหว่ของระบบภาษี ทั้งนี้ หากไม่สามารถควบคุมการขยายตัวของบุหรี่เถื่อนได้ อาจส่งผลต่อความสามารถในการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ การแข่งขันของธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว