
ไทยเปิด 4 เสาหลัก “ขอบฟ้าใหม่” ดันรัฐวิสาหกิจรับเวที IMF–World Bank 2026
สคร. ดันรัฐวิสาหกิจไทยรับเวที IMF–World Bank 2026 ชู 4 เสาหลักไทย สู่ ‘ขอบฟ้าใหม่’ ตั้งแต่ดิจิทัล-เอไอ ความร่วมมือโลก การเงินรับมือโลกร้อน ไปจนถึงเศรษฐกิจผู้สูงวัย
KEY
POINTS
- ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ขอบฟ้าใหม่ของไทย” เพื่อแสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
- มีการกำหนด 4 เสาหลักเป็นกรอบการหารือ ได้แก่ ด้านดิจิทัลและ AI, การสร้างความยืดหยุ่น, สถาปัตยกรรมทางการเงินใหม่เพื่อรับมือโลกร้อน และเศรษฐกิจอายุยืน
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนทั้ง 4 เสาหลัก ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ
ประเทศไทยเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม The International Monetary Fund (IMF) – World Bank Group (WBG) Annual Meetings 2026 (AM2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience”หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย : สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” เพื่อสะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาค
โดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญนี้ พร้อมผลักดันบทบาทของรัฐวิสาหกิจให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
การประชุม AM2026 ถือเป็นเวทีสำคัญของประชาคมเศรษฐกิจโลก เนื่องจาก IMF มีบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินระหว่างประเทศ สนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ การรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศสมาชิกที่ประสบปัญหาดุลการชำระเงิน
ขณะที่ WBG มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านการเงินและให้คำแนะนำทางเทคนิคแก่ประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน
สำหรับการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในครั้งนี้ ได้กำหนด 4 เสาหลัก (4 Pillars) เพื่อเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นหารือ ได้แก่
เสาที่ 1 ดิจิทัลและ AI กับการเติบโตที่ทั่วถึง
มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อสร้างการเติบโตที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์ พร้อมเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
เสาที่ 2 สร้างความยืดหยุ่นในโลกที่แตกแยก
ให้ความสำคัญกับการเพิ่มบทบาทของประเทศขนาดกลางในระบบเศรษฐกิจโลกที่มีความแตกแยกมากขึ้น โดยไทยมุ่งใช้จุดแข็งของประเทศในการเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศและภูมิภาค
เสาที่ 3 สถาปัตยกรรมทางการเงินใหม่ รับมือโลกร้อน
มุ่งสร้างรูปแบบทางการเงินใหม่เพื่อสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
เสาที่ 4 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจอายุยืน
ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและการเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยมุ่งพัฒนา “Longevity Economy” หรือเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของประชากรและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
รัฐวิสาหกิจ กลไกสำคัญขับเคลื่อน 4 เสาหลัก
สคร. ระบุว่า รัฐวิสาหกิจไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทั้ง 4 เสาหลัก เนื่องจากเป็นกลไกหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะของประเทศ ทั้งด้านพลังงาน คมนาคม การสื่อสาร การเงิน และสาธารณูปการ
บทบาทดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความพร้อมให้ไทยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
ดังนั้น สคร. จึงมุ่งกำกับดูแลและพัฒนารัฐวิสาหกิจให้ดำเนินงานตามแนวทาง การกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจโดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความสามารถในการตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลก พร้อมวางรากฐานให้รัฐวิสาหกิจสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ ในตอนต่อไป สคร. เตรียมนำเสนอรายละเอียดของ 4 เสาหลักของ AM2026 พร้อมเจาะลึกบทบาทของรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของ สคร. ว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้าง “ขอบฟ้าใหม่ของไทย” อย่างไร และจะผสานแนวทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้สอดรับกับสาระสำคัญของการประชุม IMF–World Bank 2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้แนวคิด “ยิ้มแบบไทย พร้อมใจเป็นเจ้าภาพ”







