
พาณิชย์ประกาศ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” สินค้า GI ล่าสุด ลำดับที่ 5 นนทบุรี
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI รายการล่าสุดของจังหวัดนนทบุรี ลำดัยที่ 5 สะท้อนภูมิปัญญาการทำชาโบราณของชาวไทยเชื้อสายมอญ ผสานกับทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัด
KEY
POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียน “ชารางแดงเกาะเกร็ด” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลำดับที่ 5 ของจังหวัดนนทบุรี
- ผลิตภัณฑ์นี้เกิดจากการนำใบของต้นรางแดงซึ่งเป็นพืชประจำถิ่น มาแปรรูปด้วยภูมิปัญญาการทำชาโบราณของชาวไทยเชื้อสายมอญ
- มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ชามีสีเหลืองทองถึงอำพันใส กลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อมไม่ฝาดขม ซึ่งเป็นผลจากสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่
- การขึ้นทะเบียน GI มีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชน และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ขึ้นทะเบียน “ชารางแดงเกาะเกร็ด” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการล่าสุดของจังหวัดนนทบุรี โดยเป็นการนำภูมิปัญญาการทำชาโบราณของชาวไทยเชื้อสายมอญ มาผสมผสานกับทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัด จนเกิดเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งกรมฯ พร้อมต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชนต่อไป
รู้จัก “ชารางแดงเกาะเกร็ด”
“ชารางแดงเกาะเกร็ด” ผลิตจากใบของต้นรางแดง พืชประจำถิ่นที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปและคั่วชาตามภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายมอญในเกาะเกร็ดที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งด้านสี กลิ่น และรสชาติ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ได้อย่างชัดเจน
สรรพคุณ “ชารางแดงเกาะเกร็ด”
ความโดดเด่นของ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีชั้นดินเหนียวเนื้อละเอียดและดินร่วนซุยที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากตะกอนที่น้ำพัดพา ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดปี แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาน้ำท่วมขังแต่ต้นรางแดงซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดี ให้ใบที่มีคุณภาพและกิ่งข้ออวบใหญ่
เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปดั้งเดิม ทั้งการผึ่งอบไล่ความชื้นและคั่วในอุณหภูมิที่เหมาะสม ชงกับน้ำร้อนจะได้ชาสีเหลืองทองถึงสีเหลืองอำพันใส มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม หอมหวานอ่อนๆ ติดปลายลิ้น ไม่ฝาด ไม่ขม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเป็นชาที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในฐานะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยมีสรรพคุณช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิตอีกด้วย
สินค้า GI รายการที่ 5 ของจังหวัดนนทบุรี
ชารางแดงเกาะเกร็ดนับเป็นสินค้า GI รายการที่ 5 ของจังหวัดนนทบุรี ต่อจากเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด กระท้อนห่อบางกร่าง ทุเรียนนนท์ และมะม่วงยายกล่ำนนทบุรี สะท้อนศักยภาพของจังหวัดในการนำทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชุมชนมาต่อยอดเป็นสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยสร้างจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเข้าด้วยกัน
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการชารางแดงเกาะเกร็ด 22 ราย มีกำลังการผลิตประมาณ 8,000 กิโลกรัมต่อปี สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้กว่า 8 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้สินค้า GI ทั้ง 5 รายการของจังหวัดนนทบุรี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 64 ล้านบาทต่อปี
สนับสนุนสินค้า GI สร้างมูลค่าเพิ่มต่อเนื่อง
นางอรมน กล่าวว่า ที่ผ่านมานางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายโดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน โดยกรมฯ มีแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนสินค้า GI อย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การควบคุมคุณภาพสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและการเล่าเรื่องราว (Storytelling) ของสินค้า เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งผลิตสินค้า GI เข้ากับแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ของท้องถิ่นในพื้นที่จริง ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า กระจายรายได้สู่ชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อมั่นว่า “ชารางแดงเกาะเกร็ด” จะเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ถ่ายทอดเสน่ห์ภูมิปัญญาชุมชนมอญควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของเกาะเกร็ด พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนผู้ผลิตในระยะยาว







