
กรมทรัพยฯ ลุยปั้น GI “แห้วสุพรรณ” ดันมูลค่าเพิ่ม-เร่งขยายตลาด
กรมทรัพยฯ ลงพื้นที่หนุน GI “แห้วสุพรรณ” จ.สุพรรณบุรี ดันพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ขยายช่องทางการขาย สร้างมูลค่ากว่า 183 ล้านบาทต่อปี
KEY
POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาลงพื้นที่ส่งเสริม “แห้วสุพรรณ” ซึ่งเป็นสินค้า GI เพื่อควบคุมคุณภาพและเพิ่มศักยภาพทางการตลาด
- การขึ้นทะเบียน GI ช่วยเพิ่มมูลค่าให้แห้วสุพรรณ โดยราคาขยับขึ้นจากเดิม 70 บาท เป็น 80-100 บาทต่อกิโลกรัม สร้างมูลค่าตลาดรวมกว่า 183 ล้านบาทต่อปี
- มีแผนขยายช่องทางการตลาดโดยร่วมมือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์และงานแสดงสินค้า
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีแม่บ้าน อสม. แปรรูปแห้ว ตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้า GI “แห้วสุพรรณ” มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า ชูศักยภาพเจาะตลาดผู้บริโภค พร้อมหารือแนวทางขยายช่องทางตลาดผ่านเครือข่ายห้างค้าส่ง-ค้าปลีกร่วมกับ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ จังหวัดสุพรรณบุรีถือเป็นแหล่งปลูกแห้วคุณภาพดีของประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ผลิตแห้วสุพรรณในพื้นที่ 100 ราย มีปริมาณผลผลิตรวมกว่า 5.2 ล้านกิโลกรัมต่อปี ส่งจำหน่ายไปยังตลาดค้าส่งสำคัญทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดศรีเมือง (ราชบุรี) และตลาดโคราช (นครราชสีมา) เป็นต้น
สำหรับราคาปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่ 80 – 100 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.14 – 1.43 เท่า จากราคาก่อนเป็น GI ที่ 70 บาทต่อโลกรัม สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 183 ล้านบาทต่อปี
นางอรมน กล่าวว่า กรมฯจะมาเข้าส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพสินค้า GI อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าพรีเมียม การขยายโอกาสทางการค้าผ่านงานแสดงสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ การต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์
โดยเชื่อมโยงแหล่งผลิตเข้ากับกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร การสนับสนุนด้านการจัดส่งสินค้าในอัตราพิเศษผ่านความร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย เป็นต้น
"ทางกลุ่มฯเน้นเรื่องทำ OEM ผลิตตามความต้องการของผู้บริโภค แต่ว่าเราก็มองว่ากลุ่มฯ มีความสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแห้วที่หลากหลาย สามารถที่จะสร้างแบรนด์ตัวเองได้ และขายตรงให้กับห้างต่าง ๆ ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆได้"
สำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้รับความนิยมคือ เฟรนช์ฟรายส์ ที่มีหลากหลายรสชาติ และเป็นฮาลาลที่อาจจะเหมาะกับผู้บริโภคที่มาจากกลุ่มมุสลิม นอกจากนี้ยังมีแปรรูปเป็นกิมจิ อาจจะเหมาะกับกลุ่มที่ชอบบริโภค เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น
นายอนันต์ ดอกกถหลาบ ประธานวิสาหกิจชุมชนวังยางเจริญ เปิดเผยว่า ปัจจุบันจ.สุพรรณบุรี มีพื้นที่การปลูกแห้วอยู่ที่ 3,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 3-4 ตันต่อไร่ มีผู้ผลิตอยู่ประมาณ 100 ราย แต่มีผู้ผลิตได้ขึ้นทะเบียน GI อยู่ 43 ราย
ทั้งนี้ หลังจากได้การขึ้นทะเบียน GI ทำให้ผลผลิตราคาขยับขึ้น ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 80-95 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมราคา 70 บาทต่อกิโลกรัม สามารถสร้างรายได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี และปี 2569 ได้ตั้งเป้ารายได้ 5 ล้านบาท






