
เศรษฐกิจภูมิภาค มิ.ย. บริโภคฟื้นทั่วประเทศ ฝั่งรายได้เกษตรกรน่าห่วง
คลัง ชี้เศรษฐกิจภูมิภาค มิ.ย.ฟื้นทั่วประเทศ บริโภค-ลงทุนเอกชนหนุน แต่รายได้เกษตรยังเปราะบาง หดตัวเกือบทุกภาค
KEY
POINTS
- เศรษฐกิจภูมิภาคเดือน มิ.ย. มีสัญญาณฟื้นตัว โดยมีแรงหนุนหลักจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดีขึ้นในทุกภูมิภาค
- ภาคเกษตรยังเป็นปัจจัยน่ากังวล เนื่องจากรายได้เกษตรกรหดตัวในเกือบทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคใต้ที่ยังขยายตัว
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ทั่วถึง แม้การลงทุนภาคเอกชนจะปรับตัวดีขึ้น แต่ภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวในบางพื้นที่
เศรษฐกิจภูมิภาคในเดือนมิถุนายน 2569 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในหลายพื้นที่ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ หลังรายได้เกษตรกรหดตัวในเกือบทุกภูมิภาค สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ทั่วถึง
นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังภูมิภาคประจำเดือนมิถุนายน 2569 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค
ภาคตะวันออกนำการบริโภค เอกชนใช้จ่ายคึกคัก
ภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นด้านการบริโภค โดยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ณ ราคาคงที่ ขยายตัวถึง 35.5%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่เพิ่มขึ้น 19.6% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 20.1%
การลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการใหม่ ซึ่งเพิ่มขึ้น 28.1% โดยมีการลงทุนโรงงานผลิตอิฐมวลเบาในจังหวัดชลบุรีเป็นปัจจัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรยังหดตัว 2.8% และรายได้จากนักท่องเที่ยวลดลง 2.3% แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะยังขยายตัวเล็กน้อย
อีสานบริโภคดี โรงงานใหม่โตจากก๊าซชีวภาพ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือน โดย VAT เพิ่มขึ้น 13.2% ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์และรถยนต์นั่งขยายตัวต่อเนื่อง
การลงทุนภาคอุตสาหกรรมโดดเด่นจากเงินลงทุนโรงงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น 41.1% จากการลงทุนโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพในจังหวัดร้อยเอ็ด
แต่ภาคท่องเที่ยวยังเผชิญแรงกดดัน โดยทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 3% ขณะที่รายได้เกษตรกรหดตัว 2.1%
ภาคใต้แรงส่งจากเกษตร หนุนกำลังซื้อ
ภาคใต้เป็นภูมิภาคเดียวที่รายได้เกษตรกรยังขยายตัว โดยเพิ่มขึ้น 6.2% ส่งผลให้กำลังซื้อภาคครัวเรือนเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งที่เพิ่มขึ้น 21.9% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 20.6%
อย่างไรก็ตาม ภาคท่องเที่ยวเริ่มชะลอลง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 1.1% และรายได้จากนักท่องเที่ยวลดลง 4.3%
ภาคเหนือได้แรงหนุนลงทุนพลังงานสะอาด
ภาคเหนือมีปัจจัยบวกจากการลงทุนโรงงานใหม่ที่พุ่งสูงถึง 125.5% จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกว่า 50 เมกะวัตต์ในจังหวัดลำปาง
ด้านการท่องเที่ยวกลับมาขยายตัว โดยทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1% ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังเติบโต แม้รายได้เกษตรกรจะลดลง 4.8%
กทม.-ปริมณฑล ฟื้นจากกำลังซื้อและลงทุนเครื่องจักร
เศรษฐกิจกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังขยายตัวจากกำลังซื้อภาคเอกชน โดย VAT เพิ่มขึ้น 6.2% ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 21.1% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 9.2%
การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ยังขยายตัว สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถบรรทุกและรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2.2%
ภาคกลาง-ตะวันตกยังพึ่งท่องเที่ยวและการบริโภค
สำหรับภาคกลาง การท่องเที่ยวยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.4% และรายได้เพิ่มขึ้น 1.9%แม้ว่าการบริโภคบางตัวชี้วัด เช่น VAT และรายได้เกษตรกร จะยังหดตัว
ด้านภาคตะวันตก การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่อง โดย VAT เพิ่มขึ้น 8.5% และยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 22.9% แต่รายได้เกษตรกรยังลดลงถึง 8.9% ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวทรงตัว
สะท้อนเศรษฐกิจฟื้นไม่เท่ากัน
ข้อมูลของ สศค. สะท้อนว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภูมิภาคในเดือนมิถุนายนมีฐานมาจากการใช้จ่ายของภาคเอกชนและการลงทุนที่เริ่มกลับมาขยายตัว ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมที่ปรับดีขึ้นทุกภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังมีลักษณะ ไม่ทั่วถึง โดยภาคเกษตรยังเผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่หดตัวในเกือบทุกภูมิภาค ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณชะลอในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งหลังของปี 2569







