thansettakij
thansettakij
'เอกนิติ' เปิด 3 แผนปฏิรูปประเทศ ปั้นแรงงานยุคใหม่ ดันพลังงานสะอาด รับสังคมสูงวัย

'เอกนิติ' เปิด 3 แผนปฏิรูปประเทศ ปั้นแรงงานยุคใหม่ ดันพลังงานสะอาด รับสังคมสูงวัย

25 ก.ค. 69 | 07:31 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.ค. 69 | 07:31 น.

'เอกนิติ' เปิดแผนปฏิรูปประเทศ 3 ด้าน เดินหน้าพลังงานสะอาด รองรับสังคมสูงวัย และยกระดับทักษะแรงงานผ่าน Skill Bridge พร้อมชู กรอ. ผนึกภาครัฐ-เอกชน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มขีดแข่งขัน

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เสนอแผนปฏิรูปประเทศ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การเตรียมความพร้อมรับสังคมสูงวัย และการยกระดับทักษะแรงงาน
  • ผลักดันโครงการ Skill Bridge เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ควบคู่กับการปรับหลักสูตรการศึกษา
  • ใช้กลไก กรอ. (คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน) เป็นเวทีผนึกกำลัง โดยให้เอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และรัฐบาลทำหน้าที่สนับสนุนและปรับแก้กฎระเบียบ
  • เน้นย้ำว่าการปฏิรูปครั้งนี้เป็น "โอกาสสุดท้าย" ของไทยในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีวินัยการคลังเป็นพื้นฐานสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

"เอกนิติ" วางโรดแมปปฏิรูปประเทศ 3 ด้าน ทั้งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน การเตรียมพร้อมสังคมสูงวัย และการยกระดับทักษะแรงงานไทย ผ่านโครงการ Skill Bridge พร้อมชูบทบาท กรอ. เป็นกลไกผนึกภาครัฐ-เอกชน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดกฎระเบียบ และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน มองเวลานี้เป็น "โอกาสสุดท้าย" ที่ไทยต้องเร่งปฏิรูปเพื่อยกระดับการแข่งขัน

"เอกนิติ" ชู 3 แกนปฏิรูปประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 ในหัวข้อ “ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและมาตรการของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ”ว่า แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป จะมุ่งเดินหน้าการปฏิรูปประเทศใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การปฏิรูปเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การปฏิรูปเพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย และการปฏิรูปเพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จะดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ขณะที่การรองรับสังคมสูงวัย จะมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่สามารถรับมือกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป

ส่วนการยกระดับแรงงานไทย กระทรวงการคลังได้ผลักดันโครงการ Skill Bridge เพื่อเพิ่มทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้แรงงานไทยที่มีทักษะและการใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางปรับหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้เยาวชนไทยมีทักษะตรงกับอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และค่าจ้างในระดับสูง ควบคู่กับการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและบุคลากรคุณภาพสู่ภูมิภาค เพื่อสร้างการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง

ชู กรอ. ผนึกเอกชน-รัฐ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

นายเอกนิติ กล่าวว่า ภายใต้กรอบการทำงานของ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ภาคเอกชนจะทำหน้าที่เป็น "กองหน้า" ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐบาลจะเป็น "กองกลาง" ทำหน้าที่สนับสนุนและส่งต่อโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

รัฐบาลจะใช้เครื่องมือด้านการคลังเพื่อสนับสนุนการค้า การลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน และเร่งปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเศรษฐกิจให้เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

 

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด การสร้างโครงข่ายรองรับสังคมสูงวัย การขับเคลื่อนโครงการ Thailand Future Fund และการยกระดับกฎระเบียบให้ทันสมัยผ่านแนวคิด Thailand Fast Pass เพื่อเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและการลงทุน

ย้ำวินัยการคลังคือ "กองหลัง" สร้างความเชื่อมั่นประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและวินัยการคลัง ซึ่งเปรียบเสมือน "กองหลัง" ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย ทั้งจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือและนักลงทุนทั่วโลก

"การจะเป็นแชมป์ไม่ใช่เรื่องง่าย นักกีฬาทุกคนต้องทำงานหนัก ประเทศไทยก็เช่นกัน เราทุกฝ่ายต้องร่วมกันขับเคลื่อนการปฏิรูป เพราะผมมองว่าวันนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของประเทศไทยที่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน"นายเอกนิติ กล่าว