
‘เอกนิติ’ เคาะร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับ 14 สั่งยุบราชการไซโล-โฟกัสนโยบาย
รองนายกฯ เอกนิติ หารือ สภาพัฒน์ เห็นชอบโครงร่างของการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 สั่งเร่งแก้ปัญหาราชการทำงานแบบไซโล โฟกัสประเด็น Quick Win ผสม Big Win
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เดินทางมาประชุมเพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติราชการและรับฟังการบรรยายสรุปภารกิจของ สศช.
- พร้อมเห็นชอบโครงร่างของการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575)
- แผนฯ ฉบับที่ 14 มีเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวสูงอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ภายใต้กรอบแนวคิด 5 เสาหลัก "T-R-U-S-T"
- สั่งการให้ สศช. เร่งแก้ปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) ในระบบราชการ และให้มุ่งเน้นภารกิจสำคัญ (Focus) เพื่อสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม
วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางมาประชุมเพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติราชการและรับฟังการบรรยายสรุปภารกิจของ สศช. โดยมีนายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมประชุม
ทั้งนี้ นายดนุชา ได้รายงานความก้าวหน้าในการยกร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดในการผลักดันให้ “เศรษฐกิจขยายตัวสูงขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “ซ่อมและเสริมรากฐาน สร้างอนาคต” โดย สศช. เป็นผู้ริเริ่มและกำหนดหลักคิดนำทาง 5 เสาหลัก หรือ กรอบ T-R-U-S-T ประกอบด้วย
- T – Transform (เศรษฐกิจ): มุ่งยกระดับผลิตภาพและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
- R – Reform (ภาครัฐ): ปฏิรูปการบริหารจัดการเพื่อสร้างภาครัฐที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบ
- U – Upgrade (ทุนมนุษย์): เสริมสร้างศักยภาพและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชากร
- S – Sustain (ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม): บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้เติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อรับมือความผันผวน
- T – Transfer (เทคโนโลยีและนวัตกรรม): ถ่ายทอดและลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับอนาคต
ขณะนี้ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นให้เป็นแผนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มีการกำหนดโครงการเรือธงอย่างชัดเจน เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ เลขาธิการฯ ได้รายงานผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของ สศช. ในปี 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “องค์กรประสิทธิภาพสูงเชิงรุก” โดยมีผลงานสำคัญ เช่น การเร่งผลักดันกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD), การบูรณาการยุทธศาสตร์ชาติ, การพัฒนาฐานข้อมูล SDG, การวิเคราะห์ผลกระทบของเทคโนโลยี AI ต่อตลาดแรงงาน และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เป็นต้น
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เห็นชอบโครงร่างของการจัดทำแผนฯ ตามแนวทาง T-R-U-S-T และได้มอบนโยบายสำคัญแก่ สศช. โดยเน้นย้ำว่า สภาพัฒน์ต้องเป็นผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลง (Transform) ให้แก่ประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกับเครือข่ายภายนอก (Partner) รวมทั้งกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (กรอ.) การขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับพื้นที่
พร้อมทั้งเร่งแก้ปัญหาการทำงานแบบ “ไซโล” (Silo) หรือการแยกส่วนกันทำงานในระบบราชการ โดยกระตุ้นให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนฯ ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เสนอแนะให้สภาพัฒน์มุ่งเน้นการทำภารกิจที่สำคัญ (Focus) เพื่อสร้างผลงานในลักษณะ Quick Win ผสมผสานกับ Big Win ทั้งนี้ ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งย่อมเผชิญกับแรงต้าน แต่สภาพัฒน์ในฐานะหน่วยงานหลักในการวางแผนพัฒนาประเทศ ต้องมีความกล้าหาญที่จะตัดสินใจทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน







