thansettakij
thansettakij
ก.พ. เริ่มแล้ว Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด รับเงินก้อน 8-12 เท่า

ก.พ. เริ่มแล้ว Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด รับเงินก้อน 8-12 เท่า

22 ก.ค. 69 | 10:55 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 10:58 น.

ก.พ. เริ่มแล้ว Early Retire เออร์ลี่รีไทร์ กษียณอายุราชการก่อนกำหนด ตามนโยบายลดขนาดภาครัฐ เปิดรับฟังความคิดเห็นกลุ่มเป้าหมาย เงินก้อน 8-12 เท่า และการจ้าง Outsource

KEY

POINTS

  • ก.พ. เริ่มกระบวนการผลักดันโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) สำหรับข้าราชการพลเรือน โดยอยู่ในขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็น
  • โครงการนี้เป็นไปตามนโยบายปฏิรูประบบราชการของรัฐบาล เพื่อลดขนาดภาครัฐและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
  • มีการเสนอแบ่งกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป (หรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป) และกลุ่มอายุ 40-49 ปี (อายุราชการ 10 ปีขึ้นไป)
  • ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินก้อน แต่มีเงื่อนไขต้องยุบเลิกตำแหน่งนั้น และห้ามกลับเข้ารับราชการในหน่วยงานรัฐทุกประเภท

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงาน ก.พ. ได้เริ่มต้นการดำเนินมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือ เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ (Early Retirement) โดยได้เริ่มต้นการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมไปพิจารณาอีกครั้ง

เหตุผลทำตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา

สำนักงาน ก.พ. ระบุเหตุผลว่า การดำเนิน มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ข้อ 21 การปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปรับบทบาท ภารกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานให้ชัดเจน ลดภารกิจที่ซ้ำซ้อน จัดทำมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดและมาตรการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เปลี่ยนบทบาทภาครัฐเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” ให้เหลือบทบาท “ผู้ควบคุม” เพียงเท่าที่จำเป็น 

ดัน Work from Anywhere เปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล

นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ Work from Anywhere เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัลควบคู่กับการปรับระบบประเมินผลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก 

รวมถึงเป็นการประเมินที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนดำเนินการลดรายจ่ายของภาครัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง อาทิ การลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ไม่จำเป็น การศึกษาดูงานต่างประเทศ

สาระสำคัญของการเปิดรับฟังความคิดเห็น

สำหรับสาระสำคัญของการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ พร้อมทั้งการกำหนดสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ การกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง

เช่นเดียวกับการกำหนดเงื่อนไขโดยห้ามมิให้ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลับเข้ารับราชการ หรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท และการกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation ของส่วนราชการได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด

กลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม ใครเข้าร่วมได้บ้าง

สำหรับแนวคำถามสำคัญที่ สำนักงาน ก.พ. นำมาเปิดรับฟังความคิดเห็นมีตัวอย่างเช่น

1.เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป หรือมีอายุราชการ 25 ปี ขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) และมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป

กลุ่มที่ 2 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 40 – 49 ปี และมีอายุราชการ 10 ปี ขึ้นไป

สิทธิประโยชน์เงินก้อน 8-12 เท่า

2.เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดที่จะนำไปคำนวณเป็นสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับ ในอัตราที่เท่ากัน พร้อมทั้งให้เลือกจำนวนเท่าสูงสุด (8-12 เท่า) ที่จะนำไปคำนวณเป็นเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้ง 2 กลุ่ม ควรได้รับ

เงื่อนไขยุบเลิกตำแหน่ง – ห้ามกลับเข้ารับราชการ

3.เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ

4.เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเงื่อนไขโดยห้ามมิให้ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลับเข้ารับราชการ หรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท

เปิดทางจ้าง Outsource ดัน Digital Transformation

5.เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation ของส่วนราชการได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด เช่น กรณีส่วนราชการมีผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จำนวน 5 คน สามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) ได้ จำนวน 1 คน เป็นต้น