thansettakij
thansettakij
มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการ

ปกรณ์ เปิดเกณฑ์ ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ พ่วงลดอัตราบางตำแหน่ง

07 ก.ค. 69 | 04:47 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ค. 69 | 05:10 น.

รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เปิดเกณฑ์ เกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ พร้อมดันให้ได้ภายในปีงบประมาณ 2570 พ่วงปรับลดอัตราบางตำแหน่ง ล็อกเป้าลดอัตราธุรการ-เสมียน ใช้เทคโนโลยีเข้าแทน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตรียมออกมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) สำหรับข้าราชการ เพื่อลดรายจ่ายประจำและเพิ่มงบประมาณด้านการลงทุน
  • โครงการจะเป็นแบบสมัครใจ ควบคู่ไปกับการปรับลดอัตรากำลังในตำแหน่งที่เทคโนโลยีสามารถทดแทนได้ เช่น พนักงานพิมพ์ดีด และงานธุรการ
  • สำนักงาน ก.พ. กำลังศึกษาหลักเกณฑ์ โดยตั้งเป้าหมายให้เริ่มดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ 2570 โดยจะเริ่มจากข้าราชการพลเรือนก่อน
  • เกณฑ์อายุผู้เข้าร่วมโครงการอาจไม่จำกัดตายตัวเหมือนในอดีต เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการที่อายุน้อยสามารถพัฒนาทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนอาชีพได้

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการ ว่า ได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งจะต้องทำให้ทันภายในปีงบประมาณ 2570

“ตอนนี้รายจ่ายประจำที่สูงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายในการลงทุน และช่วยเหลือประชาชนน้อยลง จึงกลายเป็นปัญหา จึงมีแนวคิดลดจำนวนข้าราชการลงผ่านระบบสมัครใจ ซึ่งจะพยายามทำโดยเร็วที่สุด โดยโครงการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น เพราะเรามีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ จึงสามารถยกเลิกในบางตำแหน่งได้ แต่ไม่ได้มุ่งมั่นให้เกิดความโกลาหล และจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป” นายปกรณ์ กล่าว

ส่วนตำแหน่งใดบ้างที่อาจจะปรับลด นายปกรณ์ กล่าวว่า ยกตัวอย่างเช่นพนักงานพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรทุกคนมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือในการพิมพ์อยู่แล้ว ดังนั้นอาจต้องปรับลดลง รวมถึงงานธุรการ ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาได้ แต่ยืนยันว่าจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน

ดังนั้นหากหน่วยงานใดมีความพร้อมก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ไม่มีการกำหนดกรอบเวลา ว่าจะทำแล้วเสร็จเมื่อใด พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่ทำในวันนี้พรุ่งนี้แต่อาจจะใช้เวลาสักระยะก่อน

ส่วนโครงการนี้จะทำทุกกระทรวงทบวงกรม และหน่วยงานรัฐอื่นๆด้วยใช่หรือไม่ นายปกรณ์ ระบุว่า จะเริ่มต้นจากข้าราชการพลเรือนก่อน และหากเป็นประโยชน์ก็จะขยายไปใช้ในหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ท้องถิ่น องค์การมหาชน ทหาร ตำรวจ โดยปัจจุบันทั้งทหารและตำรวจ อยุ่ระหว่างการดำเนินการ

ทั้งนี้ได้มีการกำหนดกรอบตัวเลข เออร์ลีรีไทร์หรือไม่ รองนายกฯ ยืนยันว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา กองทุนบําเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. รวมถึงงบประมาณที่จะต้องใช้ ล่าสุดได้มอบหมายให้ สำนักงาน ก.พ.เป็นเจ้าภาพ 

เมื่อถามว่าหลักเกณฑ์ควรจะกำหนดอายุเออร์ลี่รีไทร์ไว้ที่เท่าใด นายปกรณ์ระบุว่าเดิมมีการกำหนดหลักเกณฑ์ ต้องมีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี ขึ้นไปหรืออายุ 55 ปีขึ้นไป แต่เมื่อพิจารณาจากทักษะ การเปลี่ยนความสามารถ เนื่องจากอายุ 50 คงยาก แต่หากเป็นอายุ 40 ปีจะสามารถพัฒนาทักษะได้ด้วย

“มองว่าไม่ควรปิดว่าอายุเท่าไหร่ ใครขอก่อนขอหลัง และย้ำว่าจะต้องทำให้ทันภายในปีงบประมาณ 2570 ส่วนจำนวนก็ต้องดูกันอีกที แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการบังคับ โดยจะใช้สิ่งจูงใจเป็นที่ตั้ง รวมถึงเรื่องการอัพสกิลรีสกิลเป็นตัวนำ” รองนายกฯ ระบุ