thansettakij
thansettakij
มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการ

บอร์ด ก.พ. สั่งลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มีผลปี 70 จ่อเพิ่มเงินเดือนตปท.

06 ก.ค. 69 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 69 | 03:51 น.

รองนายกฯ ปกรณ์ แจ้งผลประชุมบอร์ด ก.พ. พร้อมลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ตามนโยบายรัฐบาล ให้มีผลในปีงบประมาณ 2570 เล็งเพิ่มเงินเดือนข้าราชการในต่างประเทศ หลังค่าครองชีพพุ่ง

KEY

POINTS

  • ก.พ. มีมติเร่งรัดโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) สำหรับข้าราชการ โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2570
  • มอบหมายให้มีการทบทวนอัตราเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการที่ประจำการในต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
  • มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณด้านบุคลากรมีสัดส่วนสูงและขยายตัวต่อเนื่อง
  • มีการศึกษาแนวทางนำระบบประกันสุขภาพมาใช้แทนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลเดิม เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายภาครัฐ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ปกรณ์ นิลประพันธ์ - Pakorn Nilprapunt แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมในฐานะประธาน ก.พ. ว่า ในส่วนมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง 

ส่วนในเรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ขอให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบ ประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน

นายปกรณ์ ยังระบุถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยงบประมาณรายจ่ายประจำมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จ บำนาญ รวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่า 70%

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาคเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มและปรับลดจำนวนลงให้ได้มากที่สุด 

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ร่วมกันวางแผนการดำเนินการ ในเรื่องดังกล่าว และนำเสนอ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไป 

ต่อมา ประธาน ก.พ. ยังได้กล่าวถึงกรณีทุจริตการสอบเข้ารับราชการที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงาน ก.พ. แต่เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบแบบเหมารวม ซึ่งส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบราชการอย่างรุนแรง จึงขอให้สำนักงาน ก.พ. ประสานกับสมาคม องค์กร หรือกลุ่มข้าราชการต่าง ๆ ดำเนินการในเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการ พลเรือนในภาพรวมต่อไป

นอกจากนี้ ประธาน ก.พ. ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบพนักงานราชการเพื่อให้การโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนตำแหน่งมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทบทวนอัตราเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการที่ประจำอยู่ในต่างประเทศให้มีความสอดล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอัตราค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นมาก