
ผู้การ FBI พบ "อนุทิน" ยกระดับปราบสแกมเมอร์ ชมไทยอายัดทรัพย์หมื่นล้าน
ผู้อำนวยการ FBI เยือนไทย เข้าพบนายกฯ อนุทิน หารือยกระดับปราบแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ชื่นชมผลงานไทยอายัดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมนับหมื่นล้านบาท ประกาศจับมือ "ถอนรากถอนโคน" ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ทั่วภูมิภาค
KEY
POINTS
- ผู้อำนวยการ FBI เข้าพบนายกรัฐมนตรี อนุทิน เพื่อยกระดับความร่วมมือปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ
- FBI ชื่นชมผลงานของไทยที่สามารถอายัดทรัพย์สินจากเครือข่ายอาชญากรรมได้มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท
- ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันเพื่อ "ถอนรากถอนโคน" เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในระดับภูมิภาค
- จะมีการยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ผู้อำนวยการ FBI บินตรงเยือนไทย เข้าพบนายกฯ อนุทิน ถกยกระดับความร่วมมือปราบแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังไทยโชว์ผลงานอายัดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมนับหมื่นล้านบาท พร้อมประกาศเดินหน้า "ถอนรากถอนโคน" ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ระดับภูมิภาค
นายกฯ ต้อนรับผู้อำนวยการ FBI
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าวันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ Mr. Kash Patel ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเยือนประเทศไทย
โดยหารือถึงการยกระดับความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งสแกมเมอร์ที่กระทบประชาชนทั่วโลก
ไทยชูผลงานอายัดทรัพย์นับหมื่นล้าน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติถือเป็น "วาระแห่งชาติ" ของไทย ซึ่งที่ผ่านมาสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยอายัดทรัพย์สินเครือข่ายอาชญากรรมได้มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท
ด้านผู้อำนวยการ FBI ได้ชื่นชมผลงานของไทยในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด อาชญากรรมระหว่างประเทศ และการค้ามนุษย์ พร้อมยืนยันว่าความร่วมมือระหว่าง FBI กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยเป็นไปด้วยดี
ยกระดับความร่วมมือ 2 ด้านหลัก
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย FBI ขอบคุณไทยที่ร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุม Summit for the Scam Centers ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2569 พร้อมยกไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญด้านการบังคับใช้กฎหมายระดับภูมิภาค
2. ด้านการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่จับกุมผู้กระทำผิด แต่ต้องร่วมมือกันระหว่างประเทศเพื่อ "ถอนรากถอนโคน" เครือข่ายสแกมเมอร์ให้หมดสิ้น
เดินหน้าแลกเปลี่ยนข้อมูลเต็มรูปแบบ
ในช่วงท้ายการหารือ ทั้งสองฝ่ายยืนยันจะทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ พร้อมยกระดับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เนื่องจากอาชญากรรมข้ามชาติเป็นภัยที่กระทบประชาชนทั่วโลก จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจัง







