thansettakij
thansettakij
7 แบงก์ประสานเสียงเศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด แต่ฟื้นตัวแบบจำกัดไม่ทั่วถึง

7 แบงก์ประสานเสียงเศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด แต่ฟื้นตัวแบบจำกัดไม่ทั่วถึง

21 ก.ค. 69 | 10:35 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 10:35 น.

ธนาคารพาณิชย์ 7 แห่งมองตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2 แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะจำกัดและไม่ทั่วถึงทุกภาคส่วน คาดจีดีพี 2569 โต 1.5–2.1% กนง.ตรึงดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปีหน้า ส่งออก AI–ดาต้าเซ็นเตอร์นำ ท่องเที่ยว–บริโภคยังหนืด

KEY

POINTS

  • ธนาคารพาณิชย์ 7 แห่งมองตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2 แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะจำกัดและไม่ทั่วถึงทุกภาคส่วน
  • ภาคการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก สวนทางกับการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวที่ยังฟื้นตัวเปราะบาง
  • คาดการณ์ GDP ทั้งปี 2569 จะเติบโตในกรอบ 1.5-2.1% และคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ตลอดทั้งปีเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
  • การฟื้นตัวยังกระจุกตัวในธุรกิจขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและครัวเรือนยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและต้นทุนสูง

21 ก.ค. 2569- ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมบทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ประเมินประกอบรายงานงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนภาพตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดชะลอตัวในไตรมาส 2 มาแล้ว โดยได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงานและค่าครองชีพ ท่ามกลางภาคการส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ในการประชุมเดือนเมษายนและมิถุนายน หลังปรับลดจาก 1.25% เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb analytics) รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนที่เฉลี่ยหดตัว 0.54% จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุชที่ดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนเมษายนและพฤษภาคมเฉลี่ยอยู่ที่ 2.36 ล้านคนต่อเดือน ลดลงจากไตรมาสก่อนที่เฉลี่ย 3.11 ล้านคนต่อเดือน โดยเฉพาะกลุ่มระยะไกล (long-haul) ที่มีกำลังซื้อสูง จากฐานดังกล่าว น้ำหนักของบทวิเคราะห์ทุกสำนักเทไปที่แนวโน้มระยะข้างหน้า ซึ่งภาพรวมยังเป็นการฟื้นตัวแบบจำกัดและไม่ทั่วถึง

เป้าจีดีพีทั้งปี 1.5–2.1% ครึ่งปีหลังดีขึ้นแต่ไม่พลิกทั้งปี

ส่วนประมาณการการเติบโตทั้งปี 2569 ของแต่ละสำนักวางไว้ในกรอบที่กระจายตัว โดยธนาคารกรุงเทพ (BBL) อ้างอิงกรอบของ กนง. ที่คาดเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1.5% ในปี 2569 และ 2.0% ในปี 2570 ด้านทหารไทยธนชาตประเมิน 1.7% ซึ่งปรับดีขึ้นกว่าที่เคยประเมิน โดยระบุว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับมาตรการพยุงเศรษฐกิจและกำลังซื้อครัวเรือน

ขณะที่วิจัยกรุงศรี (BAY) คาดเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1.9% ในปี 2569 ชะลอลงจาก 2.4% ในปี 2568 ขณะที่ SCB EIC ในเครือเอสซีบี เอกซ์ ประเมิน 2.0% ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อน สะท้อนการทยอยกลับสู่ภาวะปกติของตลาดพลังงานและภาคการส่งออกที่ยังยืดหยุ่น ส่วนเกียรตินาคินภัทร (KKP) มองว่าเศรษฐกิจปี 2569 จะเติบโตต่ำกว่าระดับศักยภาพที่ 2.1% ก่อนจะทยอยฟื้นตัวขึ้นในปีถัดไป

ด้านกสิกรไทย (KBank) และแอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป คงมุมมองว่าทั้งปีจะชะลอลงจากปีก่อน โดยแอล เอช อ้างอิงกรอบของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ 1.5–2.5% (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569)

กสิกรไทยประเมินว่าครึ่งหลังของปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยการใช้จ่ายในประเทศจะได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ อย่างไรก็ดี แรงส่งดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนภาพรวมทั้งปี ทำให้ทั้งปียังมีแนวโน้มชะลอลงจากปีก่อน เนื่องจากยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกยังผันผวนและทรงตัวในระดับสูง

ส่งออกเทคโนโลยี–ดาต้าเซ็นเตอร์นำ แต่ฟื้นตัวยังกระจุกตัว

ในระยะข้างหน้า ทุกสำนักวิเคราะห์ตรงกันว่าภาคการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยได้อานิสงส์ต่อเนื่องจากการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี AI และการฟื้นตัวของวัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนเอสซีบี เอกซ์ ระบุว่าความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (data center) จะยังหนุนการส่งออกในระยะข้างหน้า โดยมูลค่าการส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปีขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ยังช่วยสนับสนุนบางภาคส่วนของเศรษฐกิจ

เกียรตินาคินภัทรมองในทิศทางเดียวกันว่า การลงทุนภาคเอกชนและการผลิตอิเล็กทรอนิกส์จะขยายตัวสอดคล้องกับ FDI ในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่วิจัยกรุงศรีชี้ว่าการลงทุนภาคเอกชนยังได้แรงสนับสนุนจากสิทธิประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการ Thailand FastPass ด้านกสิกรไทยระบุว่า แม้การส่งออกยังขยายตัวได้ดีในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่สินค้าส่งออกกลุ่มอื่นเริ่มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจคู่ค้า

อย่างไรก็ดี บทวิเคราะห์หลายสำนักเตือนว่าการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง (uneven recovery) เอสซีบี เอกซ์ ระบุว่าการเติบโตกระจุกตัวอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่และภาคธุรกิจที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยี การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ

ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและครัวเรือนรายได้น้อยยังเผชิญสภาวะการเงินตึงตัว โดยผู้ประกอบการ SME จำนวนมากยังเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ต้นทุนดำเนินงานที่สูง และข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ธนาคารกรุงเทพเสริมว่า การลงทุนส่วนใหญ่ยังกระจุกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศต่ำ ทำให้ผลเชื่อมโยงต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมมีจำกัด

บริโภค–ท่องเที่ยวยังเปราะบาง จับตาหลังจบไทยช่วยไทยพลัส

ด้านอุปสงค์ในประเทศ แนวโน้มยังถูกกดดันจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและการฟื้นตัวของรายได้ที่ล่าช้า ทหารไทยธนชาตประเมินว่าไตรมาส 3 ปี 2569 จะปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทยอยคลี่คลายและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพในวงกว้าง แต่การฟื้นตัวของรายได้ครัวเรือนที่ล่าช้าประกอบกับภาระหนี้สูงอาจทำให้กำลังซื้อยังเปราะบาง สำหรับการลงทุนรวมคาดว่ามีแนวโน้มขยายตัว โดยมีแรงส่งจากการนำเข้าสินค้าทุนและการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จากต่างประเทศ

ธนาคารกรุงเทพชี้ว่าการบริโภคภาคเอกชนจะยังถูกกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่ลดลง แต่โครงการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยพยุงการบริโภคในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งสอดคล้องกับวิจัยกรุงศรีที่ระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนอาจชะลอตัวหลังสิ้นสุดโครงการดังกล่าว จึงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงด้านลบที่ต้องติดตาม

สำหรับภาคการท่องเที่ยว ทหารไทยธนชาตประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยทั้งปี 2569 มีแนวโน้มหดตัวจากปีก่อนเล็กน้อย จากกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย ต้นทุนพลังงานที่สูง และข้อจำกัดด้านจำนวนเที่ยวบิน รวมถึงการฟื้นตัวที่ล่าช้าของนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่เอสซีบี เอกซ์ มองว่าการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนในระยะข้างหน้า

ในฝั่งตลาดสินค้าคงทน เกียรตินาคินภัทรรายงานว่า ตลาดรถยนต์ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายรถยนต์รวมโต 14.1% นำโดยกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่โต 21.6% จากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งเร่งซื้อก่อนสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ในช่วงปลายปี ขณะที่ยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.5% สอดคล้องกับแนวโน้มรายได้และกำลังซื้อที่ชะลอลง โดยตลาดรถยนต์ใช้แล้วยังเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากค่ายรถยนต์จีน

ฟันธงกนง.ดอกเบี้ยตรึง 1% ยาวถึงปี 2570 ค่าบาท 32.50–34.50

ในด้านนโยบายการเงิน บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ตลอดที่เหลือของปี 2569 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ วิจัยกรุงศรีระบุว่าแม้เงินเฟ้อทั่วไปอาจเร่งตัวขึ้นชั่วคราวจากราคาพลังงาน ซึ่งสะท้อนปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก แต่ ธปท. จะคงนโยบายเชิงผ่อนคลายต่อเนื่อง

สอดคล้องกับเอสซีบี เอกซ์ ที่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวที่ระดับดังกล่าวตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยมองว่าระดับปัจจุบันยังเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคาในระยะกลาง

ส่วนเกียรตินาคินภัทร คาดว่า ธปท. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% ตลอดทั้งปี 2569 และปี 2570 ขณะที่ทหารไทยธนชาตประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2569 จะทรงตัวที่ 1% โดยอ้างข้อจำกัดด้านขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (policy space) และแนวโน้มเงินเฟ้อที่จะลดลงหลังปัจจัยด้านอุปทานคลี่คลาย

ด้านค่าเงินบาท ทหารไทยธนชาตคาดว่าไตรมาส 3 ปี 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50–34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส หลังไตรมาส 2 เฉลี่ยอยู่ที่ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลง 3.12% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 3.41% เทียบกับสิ้นปี 2568 โดยการอ่อนค่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแข็งค่าของดอลลาร์ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ในฝั่งตลาดทุน เกียรตินาคินภัทรรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 9.9% ปิดที่ 1,591.24 จุด จาก 1,448.14 จุด ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 โดยได้แรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นหลังการผ่อนคลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประกอบกับสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติที่ยังไม่สูงนัก และความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่ลดลง ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้อานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาด SET และ mai ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 66,811 ล้านบาท ขยายตัว 2.6% จาก 65,109 ล้านบาทในไตรมาสก่อน

ระบบแบงก์แข็งแกร่ง สินเชื่อฟื้นช้า จับตา Virtual Bank กดดัน NIM

สำหรับแนวโน้มภาคธนาคารพาณิชย์ในระยะข้างหน้า แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป ประเมินว่า แนวโน้มนโยบายการเงินที่อยู่ในระดับผ่อนคลายจะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของภาคเอกชนและครัวเรือน รวมถึงเอื้อต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์สินเชื่อใหม่ โดยมีกลไกการแก้ไขหนี้และบทบาทของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาความเปราะบางของลูกหนี้และสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการ SMEs

อย่างไรก็ดี แอล เอช เตือนว่า อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับผ่อนคลายจะยังคงกดดันส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคาร ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาในกลุ่มลูกค้าคุณภาพสูงที่ยังเข้มข้น ทำให้ความสามารถในการทำกำไรยังเผชิญความท้าทายในระยะข้างหน้า โดยปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติมคือการเข้าสู่ตลาดของ Virtual Bank ที่จะทำให้การแข่งขันในกลุ่มลูกค้ารายย่อยและ SMEs เข้มข้นขึ้น รวมถึงประเด็นด้าน ESG และความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่มีบทบาทมากขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจ

ในด้านทิศทางสินเชื่อ ธนาคารกรุงเทพอ้างรายงานภาวะและแนวโน้มสินเชื่อ (Credit Conditions Report) ของ ธปท. ที่ระบุว่า ในไตรมาส 2/2569 สถาบันการเงินคาดว่าธุรกิจขนาดใหญ่มีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและทดแทนแหล่งเงินทุนอื่น

ขณะที่ธุรกิจ SME มีแนวโน้มต้องการสินเชื่อลดลงจากปัจจัยฤดูกาลในภาคเกษตร ด้านครัวเรือน ความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการบริโภคอื่นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามสภาพคล่องที่ตึงตัว ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยและเช่าซื้อรถยนต์คาดว่าจะปรับลดลง โดยธนาคารพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" ควบคู่กับการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)

ทั้งนี้ ในเชิงมาตรฐานบริการ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดมาตรฐานใหม่ในการคิดค่าธรรมเนียม พร้อมปรับลดค่าธรรมเนียมบริการธนาคารและบริการทางการเงินรวม 19 ประเภท ครอบคลุมบัญชีเงินฝาก บริการชำระเงิน บัตรอิเล็กทรอนิกส์ และสินเชื่อ SME เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงบริการทางการเงินได้ในต้นทุนที่เหมาะสม โดยห้ามสถาบันการเงินชดเชยรายได้ที่ลดลงด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่หรือปรับขึ้นดอกเบี้ย เว้นแต่มีเหตุผลรองรับจากปัจจัยด้านต้นทุนหรือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แอล เอช เสริมว่าเสถียรภาพของระบบธนาคารพาณิชย์ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง มีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องในระดับสูง สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าได้ สอดคล้องกับธนาคารกรุงเทพที่ระบุว่า ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีเงินกองทุนในระดับสูงและกันสำรองเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะรองรับความต้องการสินเชื่อและความผันผวนของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

เปิดปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลังที่ต้องเฝ้าระวัง

บทวิเคราะห์ทุกสำนักชี้ตรงกันถึงชุดความเสี่ยงด้านลบที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี เริ่มจากความผันผวนของราคาพลังงานอันเป็นผลจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งกดดันต้นทุนการผลิตและการใช้จ่ายของครัวเรือน ตามด้วยความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากรภายใต้มาตรา 301 ที่วิจัยกรุงศรีระบุว่าเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี

ปัจจัยเสี่ยงถัดมาคือการบริโภคภาคเอกชนที่อาจชะลอตัวหลังสิ้นสุดโครงการไทยช่วยไทยพลัส ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบผลผลิตทางการเกษตร และปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ ทั้งระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง พื้นที่ทางการคลังที่จำกัด และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงในบางอุตสาหกรรม

แอล เอช เพิ่มเติมประเด็นความเปราะบางของเศรษฐกิจจีนที่อาจเพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขันจากสินค้านำเข้า ซึ่งสอดคล้องกับเกียรตินาคินภัทรที่ระบุว่า การขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง รวมถึงสินค้านำเข้าที่เข้ามาทดแทนการผลิตในประเทศมากขึ้น ขณะที่กสิกรไทยย้ำว่า ข้อจำกัดด้านการเบิกจ่ายและประสิทธิผลของการใช้จ่ายภาครัฐจะเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี

ภายใต้บริบทดังกล่าว บทสรุปของกลุ่มธนาคารพาณิชย์คือ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2569 มีทิศทางปรับดีขึ้นจากไตรมาส 2 ด้วยแรงหนุนจากการส่งออกเทคโนโลยี การลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และมาตรการภาครัฐ แต่ยังเป็นการฟื้นตัวในกรอบจำกัดและไม่ทั่วถึง โดยมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับผ่อนคลายเป็นเครื่องมือประคองการฟื้นตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2570.