
ชงบอร์ด EEC เคาะ PPP 7.2 หมื่นล้าน ปั้นเมืองใหม่อัจฉริยะ 'ห้วยใหญ่-ชลบุรี’ ต.ค.นี้
สกพอ. เปิดรับฟังความเห็น ดึงเอกชนลงทุน PPP วงเงิน 7.2 หมื่นล้านบาท ลุยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคเมืองใหม่ 1.4 หมื่นไร่ คาดเสนอ บอร์ด กพอ.ภายในต.ค.นี้ ก่อนเปิดประมูลปี 70
KEY
POINTS
- สกพอ. เตรียมเสนอโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะในรูปแบบ PPP มูลค่ากว่า 7.2 หมื่นล้านบาท ให้บอร์ดอีอีซีพิจารณาเห็นชอบในเดือนตุลาคมนี้
- หากบอร์ดอีอีซีเห็นชอบ จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคาดว่าจะเริ่มคัดเลือกนักลงทุนได้ในปี 2570 และเริ่มก่อสร้างภายในปี 2571
- โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี มีมูลค่าการลงทุนรวม 72,042 ล้านบาท และมีสัญญาสัมปทาน 50 ปี
- การจัดรับฟังความเห็น (Market Sounding) ได้รับความสนใจจากบริษัทเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 100 รายเข้าร่วม
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO ได้จัดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ภายใต้โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ภายหลังจากเปิดรับฟังความเห็นในส่วนนี้แล้ว จะสรุปรูปแบบ PPP ที่เหมาะสมที่สุด จากนั้นจะนำเสนอรายละเอียดต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ในช่วงเดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้ตามขั้นตอนหากบอร์ดกพอ.เห็นชอบจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา จากนั้นคาดว่าจะเริ่มกระบวนการเชิญชวนและคัดเลือกนักลงทุนได้ในปี 2570 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2571 โดยในขั้นตอนการคัดเลือกนั้นจะเน้นการนำเทคโนโลยีมาแข่งขันกันภายใต้กรอบราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ
สำหรับบรรยากาศภายในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้มีเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 100 ราย ซึ่งมีรายชื่อบริษัทที่เข้าร่วม เช่น กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม 1.บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด 3.บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด 4.บริษัท นวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน)
ขณะที่กลุ่มพลังงาน เทคโนโลยี และสาธารณูปโภค ด้านพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน นำโดยภาคเอกชนชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) , บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), ฯลฯ
ส่วนผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น นายจุฬา ระบุว่า นักลงทุนบางกลุ่มอาจมีท่าทีรอดูความชัดเจนของรถไฟความเร็วสูง แต่ในขณะเดียวกันมีกลุ่มที่ไม่รอเนื่องจากมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ในด้านอื่นๆ และการเชื่อมต่อกับโครงข่ายพลังงานสะอาดที่มีแนวท่อก๊าซและสายส่งไฟฟ้าแรงสูงรองรับการทำดาต้าเซ็นเตอร์ไว้อยู่แล้ว
"อีอีซีจะนำประเด็นความเสี่ยงและข้อกังวลเหล่านี้ไปพิจารณาในรายละเอียดของสัญญา PPP เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนมีการแบ่งรับความเสี่ยงที่เหมาะสมและส่งเสริมให้โครงการเดินหน้าไปได้ง่ายที่สุด" นายจุฬา กล่าว
ทั้งนี้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางภายใต้โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti มูลค่าการลงทุนรวมของโครงการอยู่ที่ 72,042 ล้านบาท โดยแบ่งการลงทุนตามช่วงเวลาเป็น 3 ระยะ รวม 1.4 หมื่นไร่ สัญญาณสัมปทาน 50 ปี
อย่างไรก็ดีโครงการตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 5,795 ไร่ (927.20 เฮกตาร์) ขณะที่พื้นที่พัฒนาเป้าหมายรวมทั้งโครงการอยู่ในช่วง 14,619–14,957 ไร่ ตามระยะการพัฒนา โดยอยู่ห่างจากสนามบินอู่ตะเภาเพียง 25.5 กิโลเมตร ห่างจากเมืองพัทยา 30 กิโลเมตร ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด 37 กิโลเมตร ท่าเรือจุกเสม็ด 32.8 กิโลเมตร และท่าเรือแหลมฉบัง 35 กิโลเมตร พร้อมเชื่อมโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 331 มอเตอร์เวย์สาย 7 (M7) ทางหลวงหมายเลข 3376 และระบบรถไฟความเร็วสูง (feeder จากพัทยาและอู่ตะเภา)






