
เริ่ม 31 ก.ค.นี้ คลังเปิดขายบอนด์ 'ออมพลัส' ทุกเดือน ล็อตแรก 4 พันล้าน ชูดอกสูง
คลังเปิดตัว “ออมพลัส” พันธบัตรออมทรัพย์ดิจิทัล ขายทุกเดือน ล็อตแรก 4 พันล้านบาท ชูดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด ที่อยู่ 1.97% เริ่ม 31 ก.ค.นี้ ดึงคนไทยสร้างวินัยออมเงิน
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังจะเริ่มจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ "ออมพลัส" เป็นประจำทุกเดือน โดยล็อตแรกเริ่มวันที่ 31 ก.ค. นี้ วงเงิน 4,000 ล้านบาท
- ชูจุดเด่นที่อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากและผลตอบแทนในตลาด มีให้เลือกลงทุน 2 รุ่นอายุ คือ 3 ปี และ 10 ปี
- เปิดขายผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ วอลเล็ต สบม. บนแอปเป๋าตัง (จัดสรรแบบมาก่อนได้ก่อน) และ Bond Connect (จัดสรรให้รายย่อยก่อน)
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การออมของคนไทยยังเป็นเรื่องน่ากังวล เนื่องจากประชาชนจำนวนมากมีเงินออมไม่เพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในกรณีฉุกเฉินเกิน 6 เดือน ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับสูงถึง 86% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
จากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงการคลังจึงได้พัฒนาพันธบัตรออมทรัพย์ “ออมพลัส” ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการส่งเสริมการออมอย่างเป็นระบบ และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนในระยะยาว
สำหรับ “ออมพลัส” ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “4 Plus” เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุนและการออมของประชาชน ประกอบด้วย
- Plus ทุกเดือน เปิดจำหน่ายเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างพฤติกรรมการออมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
- Plus ผลตอบแทน มอบอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจกว่าการฝากเงินทั่วไป ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการออมระยะยาว
- Plus ตลาดรอง พัฒนากลไกการซื้อขายในตลาดรองให้มีประสิทธิภาพ สะท้อนราคาที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้
- Plus ช่องทางจำหน่าย เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงการลงทุนผ่านระบบดิจิทัล ทำให้ประชาชนสามารถลงทุนได้ง่ายขึ้นทุกที่ทุกเวลา
นายเอกนิติ กล่าวว่า รูปแบบใหม่ของพันธบัตรออมทรัพย์ดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนการออมได้ต่อเนื่องมากขึ้น จากเดิมที่ภาครัฐเปิดขายเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการทยอยสะสมเงินออมในระยะยาว
เปิด 2 ช่องทาง ออม “บอนด์ออมพลัส”
ด้านนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การเปิดตัว “ออมพลัส” ครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์สู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดย สบน. ได้รับความร่วมมือจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุน
การจำหน่ายจะดำเนินการผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ “วอลเล็ต สบม.” บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง และ “Bond Connect” ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่เชื่อมต่อกับธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming
สำหรับช่องทางวอลเล็ต สบม. จะยังคงใช้ระบบการจัดสรรแบบ First-come First-served หรือ “ใครมาก่อนได้ก่อน” ผู้ลงทุนสามารถทราบผลการจัดสรรได้ทันที โดยกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 100 บาทต่อหน่วย และลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย
ขณะที่ช่องทาง Bond Connect จะใช้ระบบการจัดสรรแบบ Small Lot First ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในการกระจายพันธบัตรให้กับผู้ลงทุนรายย่อยอย่างทั่วถึง โดยระบบจะทยอยจัดสรรให้ผู้ลงทุนรายละ 1,000 บาทต่อรอบ จนครบวงเงินที่เสนอขาย ก่อนจะพิจารณาจัดสรรเพิ่มเติมตามลำดับ
“แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการกระจุกตัวของการจัดสรร และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้มากขึ้น โดยกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท และไม่จำกัดวงเงินลงทุนสูงสุด”
ล็อตแรก 4 พันล้าน เริ่ม 31 ก.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า ในระยะแรกของโครงการช่วงปีงบประมาณ 2569 สบน. วางแผนเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ “ออมพลัส” เดือนละประมาณ 4,000 ล้านบาท ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2569
วงเงินดังกล่าวจะแบ่งจำหน่ายผ่านทั้ง 2 ช่องทาง ช่องทางละ 2,000 ล้านบาท โดยมีพันธบัตรให้เลือก 2 รุ่นอายุ ได้แก่ อายุ 3 ปี และอายุ 10 ปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่มีเป้าหมายทางการเงินแตกต่างกัน
- ช่องทางวอลเล็ต สบม. จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 8.30 น. ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
- ช่องทาง Bond Connect จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 8.30 น. ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569
สำหรับผู้ลงทุนที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์อยู่แล้ว สามารถเข้าซื้อพันธบัตรผ่านระบบ Bond Connect ได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่ และยังสามารถนำพันธบัตรที่ถือครองไปใช้เป็นหลักประกันในการซื้อขายหลักทรัพย์ได้อีกด้วย
ประกาศผลตอบแทน 15 ก.ค.นี้ ชูสูงกว่าตลาด ที่อยู่ 1.97%
ในส่วนของอัตราผลตอบแทน สบน. เตรียมประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2569 โดยจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับภาวะตลาดในช่วงเวลานั้นมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม สบน. ยืนยันว่า อัตราผลตอบแทนของ “ออมพลัส” จะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดและสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป รวมทั้งจะมีมาตรการชดเชยด้านภาษีเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับนักลงทุนรายย่อย
ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนอ้างอิงของพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรองสำหรับรุ่นอายุ 3 ปี อยู่ที่ 1.24% ต่อปี ขณะที่รุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 1.97% ต่อปี
ปรับแผนบริหารต้นทุนเงินกู้รัฐบาล
นางจินดารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนรูปแบบการออกพันธบัตรจากเดิมที่เปิดขายเป็นครั้งคราว มาเป็นการจำหน่ายทุกเดือน ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การบริหารหนี้สาธารณะและการกระจายฐานผู้ลงทุนของภาครัฐ จากเดิมที่เน้นกลุ่มสถาบันการเงินเป็นหลัก สู่การเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
นอกจากจะช่วยให้รัฐบาลสามารถบริหารต้นทุนการกู้ยืมได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการออมของประเทศ และช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนผ่านช่องทาง Bond Connect จะต้องมีบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นต้นทุนเพิ่มเติมของผู้ลงทุน และสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น







