thansettakij
thansettakij
เปิดวิสัยทัศน์  ‘เพ็ชร ชินบุตร’  เลขาธิการ กอช. คนใหม่ ศึกษาถอนเงินออม 60:40

เปิดแผน เลขาฯ กอช. คนใหม่ ปลดล็อกการออม สร้างหลักประกันการเงิน

03 ก.ค. 69 | 04:31 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ค. 69 | 04:57 น.

เลขาธิการ กอช. คนใหม่ ‘‘เพ็ชร ชินบุตร’ เปิดแผนปลดล็อกการออมคนไทย ดัน “สลาก กอช.” เปิดขายปลายปี ตั้งเป้าสมาชิกใหม่ 140,000 ราย ศึกษาโมเดลถอนเงินออม 60:40 ก่อนเกษียณ

KEY

POINTS

  • ผลักดันโครงการ “สลาก กอช.” ตั้งเป้าเปิดขายภายในปลายปี 2569 เพื่อจูงใจให้คนออมเงินมากขึ้น
  • ศึกษาแนวทางแก้ไขกฎหมายให้สมาชิกสามารถถอนเงินออมได้สูงสุด 40% ก่อนอายุ 60 ปี เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือเป็นทุนประกอบอาชีพ
  • มีแผนเชื่อมโยงข้อมูลการออมกับสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้สมาชิก
  • ตั้งเป้าปรับบทบาท กอช. จากกองทุนเพื่อการเกษียณสู่การเป็นเครื่องมือสร้างหลักประกันทางการเงินตลอดช่วงชีวิต

“เพ็ชร ชินบุตร” เลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) คนใหม่ เปิดแผนยกระดับการออมคนไทย เร่งผลักดัน “สลาก กอช.” เปิดขายปลายปีนี้ ตั้งเป้าดึงสมาชิกใหม่ 140,000 ราย พร้อมศึกษาปรับกฎหมายเปิดทางถอนเงินออมได้สูงสุด 40% ก่อนเกษียณ และเชื่อมข้อมูลการออมสู่การขอสินเชื่อ หวังเปลี่ยน กอช. จากกองทุนวัยเกษียณสู่เครื่องมือสร้างหลักประกันทางการเงินตลอดช่วงชีวิต 

ปักธง “สลาก กอช.” เปิดขายปลายปี

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ขณะที่แรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน ยังขาดหลักประกันด้านรายได้หลังเกษียณ ส่งผลให้ “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) กลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างวินัยการออมและความมั่นคงทางการเงินของประชาชน 

นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการ กอช. เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์การบริหารงานหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการว่า ภารกิจเร่งด่วนอันดับแรกคือการผลักดันโครงการ “สลาก กอช.” ซึ่งเป็นเครื่องมือใหม่ที่จะจูงใจให้แรงงานนอกระบบและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบการออมมากขึ้น 

นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการ กอช.

ปัจจุบัน กอช. อยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียดโครงการภายใน 60 วัน ทั้งด้านกฎหมายลำดับรอง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รูปแบบการจำหน่าย การบริหารเงินรางวัล และงบประมาณ เพื่อให้พร้อมดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ 

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะเสนอรายละเอียดต่อกระทรวงการคลังภายในเดือนสิงหาคม ก่อนเปิดจำหน่าย “สลาก กอช.” อย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2569 

“สิ่งสำคัญคือการเตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อมที่สุด เพื่อให้เมื่อเปิดตัวแล้วสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ” 

ตั้งเป้าดึงสมาชิกใหม่ 1.4 แสนรายในปี 2569 

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการขยายฐานสมาชิก กอช. ให้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยปัจจุบัน กอช. มีสมาชิกสะสมมากกว่า 2 ล้านราย โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีสมาชิกใหม่ประมาณ 20,000 ราย ทำให้ช่วงครึ่งปีหลังต้องเร่งเพิ่มสมาชิกอีกกว่า 120,000 ราย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งปีที่ 140,000 ราย 

นายเพ็ชรยอมรับว่า เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่เชื่อว่าสามารถทำได้ หากสร้างความเข้าใจให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นักเรียน และนักศึกษา ซึ่งสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี เห็นถึงความสำคัญของการเริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อย 

“ยิ่งเริ่มออมเร็ว ผลตอบแทนในระยะยาวก็ยิ่งมาก เราต้องทำให้การออมเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนชีวิต” 

เปิดแผน เลขาฯ กอช. คนใหม่ ปลดล็อกการออม สร้างหลักประกันการเงิน

ศึกษากฎหมายใหม่ เปิดทางถอนเงินออมก่อนเกษียณ 40%

เลขาธิการ กอช. ยังมีแนวคิดปรับรูปแบบการออมให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนยุคใหม่ หลังมองว่าการต้องฝากเงินต่อเนื่องหลายสิบปีโดยไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้จนถึงอายุ 60 ปี อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป กอช. จึงอยู่ระหว่างศึกษาการแก้ไขกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถถอนเงินออมบางส่วนก่อนวัยเกษียณ ภายใต้แนวคิด “60:40” 

 

โมเดลดังกล่าวกำหนดให้สมาชิกสามารถถอนเงินสะสมได้ไม่เกิน 40% เพื่อนำไปใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือนำไปเป็นเงินทุนประกอบอาชีพและต่อยอดธุรกิจ ส่วนอีก 60% จะยังคงเก็บไว้เป็นเงินบำนาญหลังเกษียณ ซึ่งแนวคิดนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก ก่อนจะสรุปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อไป 

เชื่อมข้อมูลการออมสู่สินเชื่อ เพิ่มสิทธิประโยชน์สมาชิก 

กอช. ยังเตรียมต่อยอดสิทธิประโยชน์ให้สมาชิกได้รับมากกว่าการออมเพื่อวัยเกษียณ โดยอยู่ระหว่างศึกษาการเชื่อมโยงข้อมูลการออมกับสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน เพื่อนำประวัติการออมมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ และยังมีแนวคิดให้สมาชิกสามารถกำหนดเงินออมเป็นมรดกแก่ทายาท หรือใช้เป็นเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจในกรณีเสียชีวิต เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการออมระยะยาว 

สถานะล่าสุดของกอช. ณ 31 พฤษภาคม 2569

มูลค่าทรัพย์สินและผลการดำเนินงานของกอช. นโยบายและสัดส่วนการลงทุนของกอช. ข้อมูลสำหรับสมาชิกและสิทธิประโยชน์ของกอช.

นายเพ็ชรกล่าวว่า หากผู้ปกครองเริ่มออมให้บุตรหลานตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ เมื่อสำเร็จการศึกษาก็สามารถนำเงินก้อนดังกล่าวไปใช้เป็นทุนตั้งต้นประกอบธุรกิจ ขณะที่ประวัติการออมยังสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อีกด้วย 

ยกระดับ กอช. สู่ “หลักประกันทางการเงินตลอดชีวิต”  

สำหรับเป้าหมายระยะยาว นายเพ็ชรต้องการปรับภาพลักษณ์ของ กอช. จากการเป็นเพียงกองทุนออมเพื่อวัยเกษียณ ไปสู่การเป็น “เครื่องมือสร้างหลักประกันทางการเงินตลอดช่วงชีวิต”  โดยมองว่า การออมในยุคใหม่ไม่ควรเป็นเพียงการเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ แต่ต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของประชาชนในทุกช่วงวัย ทั้งการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ การเข้าถึงแหล่งทุน และการสร้างความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว


หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,215 วันที่ 5 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569