
คนไทย 84% เสี่ยงเงินช็อต ‘กอช.’ แนะสูตรบริหารเงิน เร่งออมด่วน
กอช. เปิดสัญญาณอันตราย! เผยโพลพบคนไทย 84% เสี่ยงขาดสภาพคล่อง ชูสูตรบริหารเงิน “50-30-20” เร่งสร้างเงินออมเพื่อเกษียณ กู้วิกฤตความเปราะบางทางการเงิน
นายยรรยง ราชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า จากผลสำรวจล่าสุดของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เรื่อง “คนไทยกับการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ” พบสถิติที่น่ากังวลเกี่ยวกับความเปราะบางทางการเงินของคนไทย
โดยพบว่าคนไทยร้อยละ 48.32 มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน และร้อยละ 35.24 มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียง 1-3 เดือนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคนไทยร้อยละ 83.56 กำลังเผชิญความเสี่ยงด้านการเงินอย่างรุนแรง หากต้องหยุดงานกะทันหันหรือมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด อาจนำไปสู่การก่อหนี้นอกระบบ และกลายเป็นภาระที่ตกทอดไปยังลูกหลาน
สำหรับความเปราะบางนี้เปรียบเสมือนระเบิดเวลาทางการเงิน กอช. จึงรณรงค์ให้ประชาชนปรับพฤติกรรมการจัดการเงิน โดยใช้สูตร “50-30-20” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน คือ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น 30% สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว และ 20% สำหรับการออมและการลงทุน
โดยเป้าหมายแรกที่สำคัญที่สุดคือการสะสมเงินสำรองฉุกเฉินให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน ควบคู่ไปกับการออมเพื่อวัยเกษียณตั้งแต่วันที่ยังมีกำลัง เพื่อใช้พลังของดอกเบี้ยทบต้นสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
ทั้งนี้ กอช. เป็นทางเลือกของการออมที่ “คุ้มค่า” สำหรับแรงงานนอกระบบกลุ่มอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ นักเรียน และนักศึกษา ที่มีอายุ 15-60 ปี ไม่มีสวัสดิการบำนาญ ซึ่ง กอช. เป็นหน่วยงานที่ออกแบบมา เพื่อปิดช่องว่างความเสี่ยงนี้โดยเฉพาะ ด้วยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นสมาชิก กอช. ดังนี้
- ออมยืดหยุ่น เริ่มต้นออมขั้นต่ำ 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี ไม่จำเป็นต้องออมเท่ากันทุกเดือน
- รัฐช่วยออม รัฐบาลสมทบเงินให้สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี
- ลดหย่อนภาษี นำเงินออมไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนสูงสุด 30,000 บาทต่อปี
- บำนาญตลอดชีพ เมื่ออายุครบ 60 ปี รับเงินบำนาญรายเดือนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
“เป้าหมายของ กอช. คือการเปลี่ยน “ความเปราะบาง” ให้เป็น “ความมั่นคง” ทางการเงิน การออมเงินกับ กอช. ไม่ใช่ภาระ แต่คือการลงทุนให้ตัวเองเพื่ออนาคตที่ไม่เป็นภาระใคร วินัยการออมในวันนี้คือคำตอบของชีวิตที่มั่งคั่งและยั่งยืนในวันหน้า”






