
ก.พ.ร. ยืนยันข่าวจริง ควบรวม "กระทรวงวัฒนธรรมท่องเที่ยว" รื้อใหญ่ราชการไทย
"อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการก.พ.ร." ยืนยันข่าวจริงแยก "ท่องเที่ยว" จาก "กีฬา" ควบรวม "วัฒนธรรม" ปูทางเศรษฐกิจใหม่ พร้อมย้าย DGA คืนดีอี สร้างเอกภาพดิจิทัล
KEY
POINTS
- ก.พ.ร. ยืนยันข่าวจริง แผนรัฐบาลในการรวมงานด้านการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดตั้งเป็น "กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว"
- มีเป้าหมายเพื่อใช้ "ทุนวัฒนธรรม" เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และจะแยกงานด้านกีฬาออกมาตั้งเป็น "กระทรวงการกีฬา" โดยเฉพาะ
- การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะไม่เพิ่มจำนวนบุคลากร โดยคาดว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2569
ฐานเศรษฐกิจ เจาะลึกการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวงครั้งสำคัญของรัฐบาลไทยกำลังกลายเป็นรูปธรรม เมื่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยแผนของรัฐบาลในการเดินหน้าแผนการแยกภารกิจด้านการท่องเที่ยวออกจากด้านกีฬา เพื่อนำไปรวมกับงานด้านวัฒนธรรม หวังสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่ทรงพลังกว่าเดิม
เปลี่ยน "ทุนวัฒนธรรม" เป็นรายได้
นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงรายละเอียดเชิงลึกและเหตุผลเบื้องหลังการปฏิรูปครั้งนี้ ยืนยันว่าการปรับโครงสร้างระหว่าง กระทรวงวัฒนธรรม และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นข่าวจริงที่เป็นไปนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มองเห็นจุดอ่อนของการทำงานแบบแยกส่วนในอดีต
"เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่มองว่าประเทศไทยมีทุนทางวัฒนธรรมมหาศาล แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้ถูกนำมาใช้สร้างรายได้อย่างเต็มที่ผ่านกลไกการท่องเที่ยว รัฐบาลมองว่าพลังไม่เพียงพอเมื่อแยกกันอยู่ จึงตัดสินใจตัดงานด้านการท่องเที่ยวมาไว้กับวัฒนธรรม" เลขาธิการ ก.พ.ร. ระบุ
โดยโครงสร้างใหม่ของกระทรวงที่จะใช้ชื่อว่า “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” จะถูกแบ่งออกเป็น 2 คลัสเตอร์หลัก คือ 1. คลัสเตอร์เชิงอนุรักษ์ที่ยังคงบทบาทเดิม และ 2.คลัสเตอร์เชิงส่งเสริมที่จะนำวัฒนธรรมมาเป็น "ตัวชูโรง" ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว
สำหรับการตั้งชื่อกระทรวงใหม่นั้น เลขาธิการ ก.พ.ร. ระบุว่า ได้ศึกษาโมเดลจากต่างประเทศ เช่น จีนและมาเลเซีย ที่ใช้ชื่อ "วัฒนธรรม" นำหน้า "การท่องเที่ยว" เพื่อสื่อสารให้คนไทยและต่างชาติเข้าใจตรงกันว่า วัฒนธรรมคือต้นทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศ
ปั้น "กระทรวงการกีฬา" สู่กระทรวงเศรษฐกิจ
ในส่วนของงานด้านกีฬา นางสาวอ้อนฟ้า ระบุว่า ว่าการแยกออกมาเป็น “กระทรวงการกีฬา” โดยเฉพาะ จะช่วยให้ประเทศไทยมุ่งเน้นการสร้างนักกีฬาอาชีพและอุตสาหกรรมการกีฬาได้อย่างจริงจัง นโยบายหลักคือการทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) ของการจัดการแข่งขันระดับโลก เพื่อดึงรายได้เข้าประเทศ
โครงสร้างใหม่ของกระทรวงการกีฬาจะมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬา และวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนานักกีฬาให้มีมาตรฐานสากล โดยจะมีหน่วยงานหลัก เช่น กรมพลศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นกลไกขับเคลื่อน
ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลคือเรื่องผลกระทบต่อข้าราชการและงบประมาณ นางสาวอ้อนฟ้าย้ำชัดเจนว่า หลักการสำคัญของ ก.พ.ร. คือ ไม่เพิ่มจำนวนคนและงานต้องไม่ซ้ำซ้อน โดยจำนวนหน่วยงานและบุคลากรจะยังคงเท่าเดิม แต่จะมีการบริหารจัดการใหม่ภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ก.พ.ร. จะต้องเข้าไปเคลียร์เนื้องาน กอง และอำนาจหน้าที่ใหม่ทั้งหมดผ่านการออกกฎกระทรวง เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดและกระทบต่อบุคลากรน้อยที่สุด
ไทม์ไลน์สำคัญ ดีเดย์ภายในปี 2569
นนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนารระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผย ร่างกฎหมายปรับโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และกระทรวงการกีฬา ได้ส่งถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้ว และอยู่ระหว่างการเวียนสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 นี้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อออกเป็นพระราชบัญญัติ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน โครงสร้างใหม่นี้จะเริ่มประกาศใช้และมีผลในทางปฏิบัติได้ภายในสิ้นปี 2569







