
ครม.ไฟเขียวผังเมืองรวม 'ชุมชนวังจันทร์' 400 ตร.กม. เพิ่มศักยภาพระยองรับ EEC
ครม. เคาะร่างผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จ.ระยอง ครอบคลุมเกือบ 400 ตร.กม. รองรับการขยายตัวของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกควบคู่กับการคุ้มครองระบบนิเวศ ลุ่มน้ำประแสร์ พื้นที่เกษตรกรรม
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง
- ผังเมืองดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลในอำเภอวังจันทร์ รวมเนื้อที่ประมาณ 394.41 ตารางกิโลเมตร
- มีเป้าหมายเพื่อรองรับการขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกำกับการเติบโตของชุมชนอย่างเป็นระบบ
- กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน 11 ประเภท ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรม ป่าไม้ และแหล่งน้ำ
30 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อเป็นกรอบกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน การคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
นางสาวลลิดา รองโฆษกฯ กล่าวว่า ผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวังจันทร์ ตำบลชุมแสง ตำบลป่ายุบใน และตำบลพลงตาเอี่ยม อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง รวมพื้นที่ประมาณ 394.41 ตารางกิโลเมตร โดยกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็น 11 ประเภท เช่น ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ ชนบทและเกษตรกรรม พื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ สถาบันการศึกษา ศาสนา และพื้นที่ราชการ
นางสาวลลิดา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ผังเมืองดังกล่าวจะช่วยกำกับการเติบโตของชุมชนวังจันทร์ให้เป็นระบบ รองรับการขยายตัวของพื้นที่ภาคตะวันออกและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ควบคู่กับการรักษาพื้นที่เกษตรกรรม แหล่งน้ำ ป่าไม้ ระบบนิเวศ และพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยมีการกำหนดโครงข่ายถนน ระบบขนส่งผู้โดยสาร โรงผลิตน้ำประปา โรงบำบัดน้ำเสีย สวนสาธารณะ ระบบระบายน้ำ และพื้นที่เพื่อป้องกันน้ำท่วมชุมชน
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ โดยเฉพาะการกำกับการใช้ที่ดินให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผังเมือง การคุ้มครองพื้นที่ลุ่มน้ำ ป่าไม้ พื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำประแสร์และแม่น้ำประแสร์ รวมถึงการควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างสมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่







